เคาะแล้ว “คนละครึ่งพลัส” ให้ประชาชนใช้สิทธิ์วันละไม่เกิน 300 บาท ผ่านแอปฯ เป๋าตัง หวังช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการ “คนละครึ่งพลัส” วงเงินรวม 44,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในช่วงปลายปี 2568 โดยครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายไม่เกิน 20 ล้านคน
สิทธิ “คนละครึ่งพลัส”
โครงการนี้เปิดให้ลงทะเบียนร้านค้าระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568 และเปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชน ตั้งแต่วันที่ 20 – 26 ตุลาคม 2568 ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง”
สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 โดยรัฐร่วมจ่าย 50% ของยอดใช้จ่าย ไม่เกิน 200 บาทต่อวัน
โครงการคนละครึ่งพลัสมีการเพิ่มสิทธิ ดังนี้
- เพิ่มช่วงอายุ ประชาชนสัญชาติไทยที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
- เพิ่มวงเงินใช้จ่าย 200 บาทต่อคนต่อวัน
- เพิ่มสิทธิพิเศษ มอบวงเงินพิเศษสำหรับประชาชนผู้ยื่นแบบภาษี รวม 2,400 บาท/คน ส่วนประชนชนผู้ไม่ยื่นแบบได้รับ 2,000 บาทต่อคน
- เพิ่มโอกาสให้ ผู้ประกอบการรายย่อย และ Micro SME เข้าร่วมโครงการ
- เพิ่มทักษะใหม่ การเงินดิจิทัล ขายเก่ง ลดต้นทุน ด้วยเทคโนโลยีใหม่
กลุ่มเป้าหมายของโครงการแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
1. ผู้ที่ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2567 ตามฐานข้อมูลกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568
2. ประชาชนทั่วไป
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติเป็นคนไทย อายุ 16 ปีขึ้นไป มีบัตรประชาชน ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และไม่ถูกระงับสิทธิจากโครงการคนละครึ่งระยะก่อนหน้า
ใช้จ่ายผ่านร้านค้า–ฟู้ดเดลิเวอรี่
ประชาชนสามารถใช้สิทธิซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ทั่วประเทศ ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง”
ส่วนการสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ที่ได้รับอนุมัติจะเปิดให้ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 7 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 โดยร้านค้ารับเงินผ่านแอปฯ “ถุงเงิน” ซึ่งกระทรวงการคลังจะโอนเงินร่วมจ่ายของภาครัฐให้ตามรอบที่กำหนด

เงินหมุนในระบบกว่า 1.1 แสนล้าน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า โครงการคนละครึ่งพลัสจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไตรมาส 4 โดยรัฐบาลคาดว่าเม็ดเงินจากมาตรการนี้ รวมกับโครงการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะทำให้มีเงินหมุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจปลายปี กว่า 1.1 แสนล้านบาท
ทั้งสองโครงการจะส่งผลให้ GDP ไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 0.6% และช่วยพยุงการบริโภคภายในประเทศให้เติบโตได้ต่อเนื่อง
“รัฐบาลมั่นใจว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี เศรษฐกิจไทยจะไม่ติดหล่ม เพราะเงินจากโครงการคนละครึ่งพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อและสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 1%”
— เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง
ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมเดินหน้ามาตรการ “Quick Big Win” ต่อเนื่อง โดยมีแผนประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ออกมาทุกสัปดาห์ เพื่อรักษาโมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2568




