1 ครอบครัว 1 พลัง ‘สร้างสรรค์’ ฝันไกล ของเพื่อไทย

7 ก.ย. 2566 - 18:24

  • จับตา Soft Power ยกระดับทักษะคนไทย เพื่อกลายเป็น ‘แรงงานทักษะสูง’

  • นำสู่รายได้ครัวเรือนเพิ่ม ปีละอย่างน้อย 2 แสน

Government_Pheu_Thai_policy_One_Family_One_Soft_Power_OFOS_SPACEBAR_Thumbnail_1_d8c14a658b.jpeg
หนึ่งในนโยบายการสร้างและขยายโอกาสให้กับประชาชนของรัฐบาล ‘เศรษฐา 1’ ที่จะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 11 กันยายนนี้ ที่อยู่ในหน้า 9 ระบุว่า รัฐบาลมีนโยบายสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ของประเทศเพื่อยกระดับ พัฒนาความสามารถ และต่อยอดในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ และทักษะพิเศษ ให้สร้างมูลค่าและรายได้ โดยการสร้างงานสร้างรายได้ ผ่านการส่งเสริม 1 ครอบครัว 1ทักษะ Soft Power หรือชื่อภาษาอังกฤษสุดเก๋ว่า One Family One Soft Power (OFOS) 

ก่อนหน้านี้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง นโยบายนี้ถูกหยิบยกมาใช้ ‘ชูธง’ เพื่อหาเสียง โดยพรรคเพื่อไทย ประกาศว่าแผนโครงการดังกล่าวจะสามารถยกระดับทักษะคนไทย ที่เป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้กลายเป็นแรงงานทักษะสูงได้ถึง 20 ล้านคน สร้างงานไม่ต่ำกว่า 20 ล้านตำแหน่ง และจะสามารถสร้างรายได้ให้แต่ละครัวเรือนอย่างน้อยปีละ 2 แสนบาท  

คงต้องยอมรับว่าโครงการนี้เป็นเสมือน ‘ฝันอันยิ่งใหญ่’ 3 สร้าง ในการ สร้างคน- สร้างงาน- สร้างตลาด ที่ อาจจะเป็นความฝันที่ทะเยอทะยานสุดๆในประวัติศาสตร์ชาติไทย และมันอาจจะกลายเป็นพิมพ์เขียว Blue Print ในการสร้าง Soft Power ของไทย ที่จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการองคาพยพในทุกภาคส่วนของสังคมครั้งสำคัญครั้งหนึ่ง  

สำหรับชาวบ้านทั่วๆ ไป พอได้ยินได้ฟังอย่างนี้ ก็คงอดไม่ได้ที่จะร่วมฝันไปไกลว่า ไอ้เจ้า Soft Power มันคงจะช่วยพลิกให้ลูกหลายของพวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และครอบครัวจะได้ลืมตาอ้าปาก หลุดพ้นความยากจนได้เสียที  

แต่ช้าก่อน จนถึงวันนี้มีสักกี่คนจะรู้ว่า Soft Power ของไทย มันคืออะไรบ้างกันแน่?

Soft Power ที่กำลังพูดถึงกันนี่ มันคือเรื่องเดียวกับรัฐบาลชุดก่อนหรือเปล่า? 

เพราะก่อนหน้านี้ในสมัย รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการโปรโมท Soft Power ของไทย  5 ด้าน หรือ 5 F ประกอบด้วย Fashion แฟชั่น Food อาหาร Fighting มวยไทย Film ภาพยนตร์ และ Festival งานประเพณี ซึ่งก็ยังไปได้ไม่ถึงไหนเลย  

คำตอบ คือ ในยุคของพรรคเพื่อไทย Soft Power ของไทย จะมีเพิ่มเป็น 8 ด้าน คือ อาหาร, ดนตรี, ภาพยนตร์, หนังสือ, ศิลปะ, แฟชั่น, กีฬา และการท่องเที่ยว  

คำถามต่อมา จนถึงวันนี้มีสักกี่คนจะรู้ว่าในที่สุดแล้ว OFOS มันจะมีหน้าตา และกลไกการขับเคลื่อนอย่างไร? 

รัฐบาลจะทำอย่างไร ที่จะสร้างแรงงานให้ได้ 20 ล้านคน สร้างงาน 20  ล้านตำแหน่ง และสร้างรายได้ครัวเรือนปีละ 2 แสนบาท                                                  

หากหมุนเข็มนาฬิกา ย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ทักษิณ ชินวัตร เคยนำพรรคไทยรักไทย ชูธงชนะเลือกตั้ง เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี และ 3 ผลงานชิ้นสำคัญ คือการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้าน การส่งเสริมสินค้า One Tambon One Product (OTOP) และการจัดตั้ง องค์กรมหาชน สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ Office of Knowledge Management and Development (OKMD)  

เจ้าของไอเดีย และแนวคิดในเรื่องนี้ คือ ดร. พันธ์ศักดิ์ วิญญรัตน์ นักวิชาการ ‘หูกระต่าย’ ที่เป็นที่ปรึกษาใหญ่ด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยในเวลานั้น และเชื่อกันว่า ถึงแม้จะร่วงโรยมาถึงวัย 80 ปีแล้ว แต่เขาก็น่าจะเป็นคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังแนวคิดในเรื่อง “หนึ่งครอบครัว หนึ่งพลังสร้างสรรค์” ของพรรคเพื่อไทยในคราวนี้  

 

เพราะเอาเข้าจริงๆ โครงการนี้ก็คือ การผนวกรวมทั้ง 3 เรื่องมาผนึกหลอมรวมเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิดเดิม โดยชูธงในเรื่องของการส่งเสริม Soft Power เป็นแกนหลัก เพราะต้องการสร้างสิ่งที่เรียกว่า New S Curve ใหม่ให้กับระบบเศรษฐกิจไทย โดยอาศัยจุดแข็งจาก พลังทักษะและควาคิดสร้างสรรค์ ของคนไทย  

พรรคเพื่อไทย เชื่อว่าการจะพัฒนา Soft Power ของไทยให้ไปไกลสู่ระดับโลกได้ ต้องกลับมาเริ่มที่จุดตั้งต้นที่ตัวคนไทย และการจะผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นจริงต้องทำทั้งระบบด้วยการสร้างแรงงานทักษะสูง 20 ล้านคน โดยผ่าน 3 ขั้นตอน คือ การสร้างคน สร้างงาน และสร้างตลาด โดยจะมีองค์กรใหม่ที่จะมาเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ คือ Thailand Creative Content Agency (THACCA) ที่น่าจะมีรูปลักษณ์เป็นองค์กรมหาชน ที่อาจจะดึงองค์กรที่เกี่ยวข้องภายใต้ OKMD มาผนวกรวม ไม่ว่าจะเป็น Thailand Creative & Design Center (TCDC) และThailand Knowledge Park (TK Park) 

คาดว่า รัฐบาลชุดนี้ น่าจะให้ 3 กระทรวงหลักที่พรรคเพื่อไทยดูแล คือ กระทรวงวัฒนธรรม ของ รัฐมนตรี เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ของ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล และ กระทรวงการต่างประเทศ ของ ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร เป็นผู้ดูแล โดยจะมี “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย ที่อาจจะมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มากำกับการอย่างใกล้ชิด  

เชื่อกันว่า โครงการนี้ คือ อาวุธชิ้นสำคัญที่ เปรียบเสมือน Soft Power ในทางการเมือง ที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญและหวังจะสร้างคะแนนนิยมให้กับพรรคเพื่อไทย สำหรับการเลือกตั้งอีก 4 ปีข้างหน้า เพราะถึงแม้จะมีกลิ่นอายของ นโยบายประชานิยมอยู่บ้าง แต่ก็มีลักษณะที่เปรียบเสมือนกับ “การยื่นเบ็ดให้ชาวบ้าน มากกว่าที่จะยื่นปลา” เหมือนนโยบายแจกเงินดิจิตอล 1 บาทที่มีลักษณะประชานิยมแบบสุดขั้ว 

ที่สำคัญ พรรคเพื่อไทยหวังว่า มันจะช่วยสร้างฐานมวชนคนรุ่นใหม่ในอนาคต ที่จะทำให้เอาชนะพรรคก้าวไกลที่เป็นคู่แข่งสำคัญในการแย่งฐานเสียงคนรุ่นใหม่ และสอดรับกับบุคลิกและตัวตนของ อุ๊งอิ๊ง ที่สนใจในเรื่องนี้เป็นพิเศษอยู่แล้ว 
Government_Pheu_Thai_policy_One_Family_One_Soft_Power_OFOS_959d8cf2ea.psd-SPACEBAR-Photo01__1_

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์