รัฐบาลรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน ยกเลิกสัญญาต่ออายุอัตโนมัติ ลุ้นลดค่าไฟประชาชน

8 ก.ค. 2569 - 19:43

  • รัฐบาลเตรียมยกเลิกสัญญาซื้อไฟเอกชนแบบต่ออายุอัตโนมัติ หวังสะท้อนต้นทุนจริง

  • ปรับราคารับซื้อโซลาร์เหลือ 2.16 บาทต่อหน่วย ก่อนเสนอ กพช. แก้มติเดิม

  • เป้าหมายลดภาระค่า FT และค่าไฟประชาชน พร้อมยืนยันไม่กระทบความเชื่อมั่นการลงทุน

รัฐบาลรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน ยกเลิกสัญญาต่ออายุอัตโนมัติ ลุ้นลดค่าไฟประชาชน

รัฐบาลรื้อสัญญารับซื้อไฟเอกชน ลดค่าไฟได้จริงหรือ? เดิมพัน ‘สัญญาชั่วนิรันดร์’ กับความเชื่อมั่นลงทุน

รัฐบาลเดินหน้าปรับโครงสร้างสัญญารับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนครั้งใหญ่ หลังพบสัญญาบางส่วนต่ออายุอัตโนมัติและกำหนดราคารับซื้อสูงกว่าต้นทุนปัจจุบัน เป้าหมายคือดึงต้นทุนค่าไฟลงและสะท้อนราคาที่แท้จริง แต่คำถามสำคัญคือ ประชาชนจะเห็นค่าไฟถูกลงเมื่อใด และการแก้สัญญาครั้งนี้จะสร้างสมดุลระหว่างประโยชน์ผู้ใช้ไฟกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้หรือไม่

ค่าไฟฟ้ายังคงเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม หรือผู้ประกอบการ SME ทุกการปรับขึ้นหรือลงของค่าไฟ ล้วนส่งผลต่อค่าครองชีพ ต้นทุนการผลิต และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ล่าสุด รัฐบาลส่งสัญญาณเดินหน้าปรับโครงสร้างการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (SPP/VSPP) ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ที่ใช้สัญญารับซื้อไฟฟ้าซึ่งภาครัฐมองว่าไม่สอดคล้องกับต้นทุนเทคโนโลยีในปัจจุบัน

ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติปรับแนวทางรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทน เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้ไฟฟ้า

จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ ‘ยุติสัญญาชั่วนิรันดร์’

คณะกรรมการพบว่า โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจำนวนหนึ่งได้รับสิทธิ ต่ออายุสัญญารับซื้อไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ หลังครบอายุ 25 ปี อีกทั้งยังอ้างอิงราคารับซื้อจากสูตรเดิมที่รวมค่า FT ทำให้ราคาสูงกว่า 3 บาทต่อหน่วย แม้ต้นทุนเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์และกังหันลมจะลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

รัฐบาลจึงเตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ยกเลิกมติเดิม และกำหนดราคารับซื้อใหม่ที่ 2.16 บาทต่อหน่วย อ้างอิงโครงการโซลาร์ภาคประชาชน โดยเริ่มจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ก่อน ส่วนพลังงานลมจะกำหนดอัตราใหม่ภายหลัง

รื้อสัญญาไฟ ใครบ้างได้รับผลกระทบ

การปรับครั้งนี้ครอบคลุมโรงไฟฟ้าหลายกลุ่ม ได้แก่
• โรงไฟฟ้าที่ครบอายุสัญญา 25 ปีแล้วกว่า 515 สัญญา กำลังผลิตประมาณ 2,400 เมกะวัตต์ จะไม่มีการต่อสัญญาอัตโนมัติอีกต่อไป และหากต่อสัญญาได้อีกหนึ่งรอบ จะต้องใช้ราคารับซื้อใหม่

• โรงไฟฟ้าที่ได้รับเงินสนับสนุน Adder ครบ 10 ปี จำนวน 46 สัญญา แม้ยังไม่ครบอายุสัญญา 25 ปี ก็จะถูกปรับราคารับซื้อเหลือ 2.16 บาทต่อหน่วยในช่วงเวลาที่เหลือของสัญญา

• โครงการที่ยังไม่จ่ายไฟเข้าระบบ (Non-COD) หากล่าช้าเกินกำหนด 2 ปี อาจถูกยกเลิกสัญญาเป็นรายกรณี

รื้อสัญญาไฟ คนไทยได้อะไร

คำถามที่ประชาชนสนใจมากที่สุดคือ ‘ค่าไฟจะลดลงหรือไม่’

รัฐบาลยอมรับว่า ยังตอบเป็นตัวเลขไม่ได้ เพราะสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อยู่ระหว่างคำนวณผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม หากต้นทุนการรับซื้อไฟฟ้าลดลง ก็มีแนวโน้มช่วยลดภาระค่า FT ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของค่าไฟ และอาจส่งผลให้ค่าไฟเฉลี่ยในระยะต่อไปลดลง เมื่อการแก้ไขสัญญาระหว่างการไฟฟ้ากับผู้ผลิตไฟฟ้าแล้วเสร็จ

หากต้นทุนไฟฟ้าปรับลดได้จริง ผลประโยชน์จะไม่ได้เกิดกับครัวเรือนเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงภาคธุรกิจ โรงงาน ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหาร และภาคบริการ ซึ่งใช้ไฟฟ้าเป็นต้นทุนหลัก ส่งผลต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนในภาพรวม

รื้อสัญญาไฟ กระทบความเชื่อมั่นหรือไม่

การปรับเงื่อนไขสัญญาที่มีผลผูกพันกับเอกชน ย่อมสร้างคำถามเรื่อง ความเชื่อมั่นของนักลงทุน

 โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังแข่งขันดึงดูดการลงทุนใหม่ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ อุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งต้องใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก

 ดนุชา ยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้มุ่งแก้ไขเฉพาะสัญญาที่รัฐเห็นว่าไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง พร้อมระบุว่ารัฐบาลมีมาตรการรองรับ ทั้งการพัฒนาสถานีไฟฟ้า การขยายระบบส่ง และการส่งเสริม Direct PPA เพื่อเปิดทางให้ผู้ประกอบการซื้อไฟฟ้าสะอาดจากผู้ผลิตโดยตรง จึงไม่น่ากระทบต่อแผนการลงทุนของประเทศ

รื้อสัญญาไฟ จุดเริ่มต้น ‘ปฏิรูปค่าไฟหรือไม่’

นอกจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแล้ว รัฐบาลยังเตรียมตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางปรับปรุงสัญญาของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) ซึ่งเกี่ยวข้องกับค่าความพร้อมจ่าย (AP) และค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) เพื่อหาแนวทางลดต้นทุนค่าไฟในระยะยาว

นั่นทำให้การรื้อสัญญารับซื้อไฟฟ้ารอบนี้ อาจเป็นมากกว่าการปรับราคาโซลาร์หรือพลังงานลม แต่เป็น บททดสอบสำคัญของการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟไทย ว่าจะสามารถสร้างสมดุลระหว่าง “ค่าไฟที่เป็นธรรมต่อประชาชน” กับ “ความเชื่อมั่นของภาคเอกชนและนักลงทุน” ได้มากน้อยเพียงใด เพราะสุดท้ายแล้ว คำตอบไม่ได้อยู่ที่การแก้สัญญาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าค่าไฟในบิลของประชาชนจะลดลงได้จริงหรือไม่ และเมื่อใด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์