ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐบาล ให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์ทั้งผลผลิตและราคาสินค้าเกษตรและมีมาตรการหรือแนวทางช่วยเหลือ ให้เกษตรมีระดับรายได้ที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ พร้อมกับมีมาตรการคู่ขนานเพื่อให้เกิดการดูแลสินค้าเกษตรแต่ละชนิดอย่างรอบด้าน โดยล่าสุด อยู่ระหว่างพิจารณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคายางที่ปรับตัวลดลง
ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ระบุในรายงานภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 4/65 ถึงราคายางพาราที่ปรับตัวลดลงร้อยละ 13.7 และก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) 21 กุมภาพันธ์ 66 ได้รับทราบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ เกี่ยวกับการดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จัดทำรายละเอียดเสนอให้ ครม. พิจารณาอนุมัติเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
สำหรับการดำเนินการตามมติ กนย. นั้น จะประกอบไปด้วย โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 4 : โดยเป็นการ ‘ประกันรายได้’ ให้ชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่กับ กยท. ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2565 จำนวน 1,604,379 ราย แบ่งเป็น เจ้าของสวน ผู้เช่า ผู้ทำ 1,372,865 ราย และคนกรีดยาง 231,514 ราย โดยเป็นสวนยางอายุ 7 ปีขึ้นไป ที่เปิดกรีดแล้ว พื้นที่รวม 18.18 ล้านไร่ ระยะเวลาประกันรายได้ 2 เดือน (ตุลาคม-พฤศจิกายน 65) ภายใต้กรอบงบประมาณรวม 7,643 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ มีโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ ระยะที่ 2 วงเงิน 20,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการของโครงการ 2 ปี โดยโครงการนี้รัฐบาลจะช่วยแบ่งเบาภาระผู้ประกอบการโดยการชดเชยดอกเบี้ย ตามโครงการฯ 1 ปี โดยชดเชยไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี
นอกจากนี้ ครม.ยังได้รับทราบถึงกรณีที่รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐฯ ได้มีการบังคับใช้กฎหมายห้ามใช้ถุงมือยางลาเท็กซ์ในกลุ่มธุรกิจบริการอาหาร และกลุ่มการให้บริการทางการแพทย์ ซึ่งเรื่องนี้ กนย.ได้มอบหมายกระทรวงเกษตรฯ โดย กยท. กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ โดยเร่งด่วน
รวมถึงรับทราบความคืบหน้าของแผนปฏิบัติการด้านยางพารา พ.ศ. 2566-80 (ระยะ 15 ปี) ซึ่งจะเป็นแผนที่เป็นกรอบการพัฒนายางพาราอย่างรอบด้าน โดย กยท. อยู่ระหว่างการปรับปรุงแผนละจะเริ่มนำแผนไปสู่การปฏิบัติตั้งแต่ปี 66 เป็นต้นไป
ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ระบุในรายงานภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 4/65 ถึงราคายางพาราที่ปรับตัวลดลงร้อยละ 13.7 และก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) 21 กุมภาพันธ์ 66 ได้รับทราบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ เกี่ยวกับการดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จัดทำรายละเอียดเสนอให้ ครม. พิจารณาอนุมัติเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
สำหรับการดำเนินการตามมติ กนย. นั้น จะประกอบไปด้วย โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 4 : โดยเป็นการ ‘ประกันรายได้’ ให้ชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่กับ กยท. ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2565 จำนวน 1,604,379 ราย แบ่งเป็น เจ้าของสวน ผู้เช่า ผู้ทำ 1,372,865 ราย และคนกรีดยาง 231,514 ราย โดยเป็นสวนยางอายุ 7 ปีขึ้นไป ที่เปิดกรีดแล้ว พื้นที่รวม 18.18 ล้านไร่ ระยะเวลาประกันรายได้ 2 เดือน (ตุลาคม-พฤศจิกายน 65) ภายใต้กรอบงบประมาณรวม 7,643 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ มีโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ ระยะที่ 2 วงเงิน 20,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการของโครงการ 2 ปี โดยโครงการนี้รัฐบาลจะช่วยแบ่งเบาภาระผู้ประกอบการโดยการชดเชยดอกเบี้ย ตามโครงการฯ 1 ปี โดยชดเชยไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี
นอกจากนี้ ครม.ยังได้รับทราบถึงกรณีที่รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐฯ ได้มีการบังคับใช้กฎหมายห้ามใช้ถุงมือยางลาเท็กซ์ในกลุ่มธุรกิจบริการอาหาร และกลุ่มการให้บริการทางการแพทย์ ซึ่งเรื่องนี้ กนย.ได้มอบหมายกระทรวงเกษตรฯ โดย กยท. กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ โดยเร่งด่วน
รวมถึงรับทราบความคืบหน้าของแผนปฏิบัติการด้านยางพารา พ.ศ. 2566-80 (ระยะ 15 ปี) ซึ่งจะเป็นแผนที่เป็นกรอบการพัฒนายางพาราอย่างรอบด้าน โดย กยท. อยู่ระหว่างการปรับปรุงแผนละจะเริ่มนำแผนไปสู่การปฏิบัติตั้งแต่ปี 66 เป็นต้นไป



