กระแสการใช้บุหรี่ไฟฟ้าแพร่ระบาดหนักในกลุ่มเด็กและเยาวชน สวนทางมาตรการภาครัฐ ล่าสุดรัฐบาลประกาศคุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา พร้อมเตือนผู้ปกครองจับตาพฤติกรรมบุตรหลาน หลังยอดนักสูบหน้าใหม่พุ่งทะยานกว่า 11 เท่าภายใน 3 ปี
อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงเปิดภาคเรียน ปี 2568 รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการได้ออกคำสั่งให้ทุกสถานศึกษาเป็น “เขตปลอดบุหรี่ไฟฟ้า” และห้ามบุคลากรทุกฝ่ายเกี่ยวข้องกับการครอบครอง สูบ หรือจำหน่าย หากฝ่าฝืนจะมีโทษทางวินัยทันที
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติล่าสุด ปี 2567 ชี้ชัดว่า จำนวนผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในไทยพุ่งจาก 78,742 คน ในปี 2564 เป็น 900,459 คนในปี 2567 เพิ่มขึ้นถึง 11.44 เท่า โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี จำนวนกว่า 251,625 คน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้า
แม้ที่ผ่านมาภาครัฐจะบูรณาการตรวจจับและยึดของกลางได้กว่า 1,000 ล้านบาทจากกว่า 200 คดี แต่ยังพบการแพร่ระบาดผ่านโซเชียลมีเดีย–ตลาดออนไลน์ โดยผลิตภัณฑ์มักมีสีสัน รูปทรงคล้ายของเล่น กลิ่นรสหวานสดใส ดึงดูดเยาวชน รวมถึงการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมสารเอโทมีเดท (Etomidate) หรือ “บุหรี่ซอมบี้” ที่ก่อให้เกิดอาการหลอนและอันตรายถึงชีวิต
“บุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยเหมือนที่ถูกสร้างภาพ นิโคตินในไอระเหยทำลายสมองไม่ต่างจากยาเสพติดร้ายแรง”
— อัยรินทร์ กล่าว
รองโฆษกฯ ยังฝากถึงผู้ปกครองควรสังเกตสัญญาณบ่งชี้ เช่น พฤติกรรมเก็บตัว หงุดหงิดง่าย ใช้เงินมากขึ้น หรือพกอุปกรณ์คล้ายปากกาและแฟลชไดรฟ์ หากต้องการคำแนะนำสามารถโทรสายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติฯ




