วันแรก โอนไร่ละพัน เริ่มโอนชาวนาแล้ว ผ่าน ธ.ก.ส.

29 พ.ย. 2566 - 12:12

  • รัฐบาลเริ่มโอนเงิน หนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ชาวนาปลูกข้าว ไร่ละพัน ปีผลิต 2566/67 แล้ว

  • ชี้มีชาวนาทั่วประเทศได้รับกว่า 4.68 ล้านครัวเรือน วงเงินกว่า 54,000 ล้านบาท แบ่งโอน 5 รอบ

  • ประเดิมงวดแรกโอนเข้าบัญชีเกษตรกร วงเงินรวม 7,989 ล้านบาท

government_transfer_money_farmer_SPACEBAR_Hero_a8048db024.jpg

รัฐบาลเริ่มโอนเงินตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 ไปยังชาวนาทั่วประเทศกว่า 4.68 ล้านครัวเรือนแล้ว  

โดย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นประธานในกิจกรรมส่งมอบเงิน ตามโครงการฯ ระบุ วันนี้เป็นวันแรก ที่รัฐโอนเงินให้เกษตรกร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้มีรายได้และสภาพคล่องในการใช้จ่าย รวมถึงการพัฒนาคุณภาพผลผลิตข้าวให้สามารถขายได้ในราคาที่สูงขึ้น อัตราการสนับสนุนไร่ละ 1,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ ซึ่งงวดแรกโอนเข้าบัญชีเกษตรกรในพื้นที่ทั่วประเทศ วงเงินรวม 7,989 ล้านบาท มีเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 6.2 แสนครัวเรือน วางแผนการโอนเงินส่งถึงมือเกษตรกร เป็นรายภูมิภาค แบ่งเป็น 5 ครั้ง เป้าหมายเกษตรกรทั้งหมดที่ได้รับประโยชน์ จำนวน 4.68 ล้านครัวเรือน วงเงินรวมทั้งโครงการฯ 54,336 ล้านบาท 

พร้อมหนุนมาตรการคู่ขนานในการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกและเสริมสภาพคล่องชาวนา ผ่านสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2566/67 และสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2566/67 งานนี้ ยังมีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนายฉัรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ร่วมกิจกรรมด้วย

ฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบให้ผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ และทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลง นายเศรษฐา ทวีสิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงได้มอบนโยบายให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังและประธานกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 ได้เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายรัฐบาลผ่านโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 วงเงิน 54,336 ล้านบาท ให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปีการผลิต 2566/67 

พร้อมจัดทำแผนการโอนเงินส่งถึงมือเกษตรกร เป็นรายภูมิภาค แบ่งเป็น 5 ครั้ง เริ่มตั้งแต่ 28 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดการโอนเงินดังนี้ \- ครั้งที่ 1 วันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 วงเงิน 7,989 ล้านบาท รวม 6.2 แสนครัวเรือน ในพื้นที่ทั่วประเทศ จ านวน 77 จังหวัด \- ครั้งที่ 2 วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 วงเงิน 8,408 ล้านบาท รวม 7.4 แสนครัวเรือน ในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด \- ครั้งที่ 3 วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 วงเงิน 9,480 ล้านบาท รวม 8.7 แสนครัวเรือน ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 10 จังหวัด \- ครั้งที่ 4 วันที่ 1 ธันวาคม 2566 วงเงิน 9,277ล้านบาท รวม 7.7 แสนครัวเรือน ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 5 จังหวัด และ \- ครั้งที่ 5 วันที่ 2 ธันวาคม 2566 วงเงิน 9,282 ล้านบาท รวม 8.2 แสนครัวเรือน ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 5 จังหวัด

ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง จะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเ ข้าบัญชีผ่าน บริการ BAAC Connect ท าง Line: BAAC Family และhttps://chongkho.inbaac.com อีกด้วย นอกจากนี้ ในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว รัฐบาลได้มอบนโยบายในการจัดท ามาตรการคู่ขนาน เพื่อดูแลและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกแบบครบวงจร ได้แก่ 

1\. สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2566/67 วงเงินรวม 34,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องในการใช้จ่ายให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่าง ชะลอการขายข้าว โดยไม่ต้องเร่งขายข้าวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากและราคาตกต่ำ โดยรัฐบาลรับภาระในการชำระดอกเบี้ยแทนเกษตรกร และ ธ.ก.ส. ยังพร้อมสนับสนุนค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือกให้เกษตรกรอีก 1,500 บาทต่อตัน

กรณีเกษตรกรเก็บข้าวเอง ได้รับ 1,500 บาทต่อตัน กรณีเกษตรกรฝากข้าวกับสถาบันเกษตรกร เกษตรกรจะได้รับ 500 บาทต่อตัน และสถาบันฯ จะได้รับ 1,000 บาทต่อตัน สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ลูกค้ารายย่อย สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีได้ (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด) และ

2\. สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2566/67 วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท โดยสหกรณ์การเกษตร ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและศูนย์ข้าวชุมชนที่ประกอบธุรกิจรวบรวมข้าวจากเกษตรกรสมาชิก และเกษตรกรทั่วไป โดยสถาบันฯ ช าระดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1 ต่อปี ส่วนที่เหลือรัฐบาลรับภาระช าระแทน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศหรือ Call Center 02 555 055

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์