รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยกรณี สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศเตือน คนไทยอย่าหลงเชื่อโฆษณารับสมัครไปทำงานที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ให้ค่าตอบแทนสูง ในระยะสั้น ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ระบุ วีซ่าที่ผู้จัดหาให้มักเป็นวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งการทำงานโดยใช้วีซ่าท่องเที่ยวผิดกฎหมาย ‘เรื่องจริง อาจไม่เหมือนที่โฆษณา’
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้รับการติดต่อขอความช่วยเหลือจากคนไทย หลังถูกนายหน้าชักชวนมาทำงานที่ UAE ผ่านโซเชียลมีเดีย ให้ค่าตอบแทนสูง ในระยะเวลาอันสั้น พร้อมเสนอออกค่าตั๋วเครื่องบินและค่าวีซ่าให้ก่อน แต่ในความเป็นจริงไม่ได้รับเงิน แล้วยังกลายเป็นหนี้ ที่ต้องชำระในจำนวนที่สูงกว่าที่ตกลงกันไว้ และผิดกฎหมาย โดยเมื่อเดินทางมาถึง UAE จะมีคนมารับไปทำงานที่ร้านผิดกฎหมาย บังคับให้ขายบริการทางเพศ และถูกยึดหนังสือเดินทาง โดยมีหลายรายถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งนายหน้ามักจะทำเป็นวีซ่าท่องเที่ยว
โดยการทำงานด้วยวีซ่าท่องเที่ยวนั้นผิดกฎหมาย มีโทษปรับสูงถึง 50,000 ดีแรห์ม (ประมาณ 473,000 บาท) จำคุก และอาจถูกเนรเทศไม่ให้กลับเข้า UAE อีก และหากถูกจับดำเนินคดีตามกฎหมาย UAE แล้ว สถานกงสุลใหญ่ฯ ไม่สามารถก้าวก่ายกระบวนการทางกฎหมายของ UAE ได้ รวมถึงจะไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังย้ำ ขอให้ตรวจสอบบุคคลหรือบริษัทรับสมัครงานว่าเป็นผู้รับอนุญาตจัดหางาน และได้รับอนุญาตโฆษณาจัดหางานตามระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยการโฆษณาการจัดหางาน พ.ศ. 2561 หรือไม่ รวมทั้งศึกษาข้อมูลการทำงานในต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตามช่องทางของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ก่อนตัดสินใจไปทำงาน
ทั้งนี้ หากต้องการความช่วยเหลือ กรณีถูกบังคับค้าประเวณี กักขังหน่วงเหนี่ยว หรือทำร้ายร่างกาย ผู้เสียหายจะต้องติดต่อตำรวจดูไบด้วยตนเอง ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของ UAE โดยมีช่องทางติดต่อ ดังนี้
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้รับการติดต่อขอความช่วยเหลือจากคนไทย หลังถูกนายหน้าชักชวนมาทำงานที่ UAE ผ่านโซเชียลมีเดีย ให้ค่าตอบแทนสูง ในระยะเวลาอันสั้น พร้อมเสนอออกค่าตั๋วเครื่องบินและค่าวีซ่าให้ก่อน แต่ในความเป็นจริงไม่ได้รับเงิน แล้วยังกลายเป็นหนี้ ที่ต้องชำระในจำนวนที่สูงกว่าที่ตกลงกันไว้ และผิดกฎหมาย โดยเมื่อเดินทางมาถึง UAE จะมีคนมารับไปทำงานที่ร้านผิดกฎหมาย บังคับให้ขายบริการทางเพศ และถูกยึดหนังสือเดินทาง โดยมีหลายรายถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งนายหน้ามักจะทำเป็นวีซ่าท่องเที่ยว
โดยการทำงานด้วยวีซ่าท่องเที่ยวนั้นผิดกฎหมาย มีโทษปรับสูงถึง 50,000 ดีแรห์ม (ประมาณ 473,000 บาท) จำคุก และอาจถูกเนรเทศไม่ให้กลับเข้า UAE อีก และหากถูกจับดำเนินคดีตามกฎหมาย UAE แล้ว สถานกงสุลใหญ่ฯ ไม่สามารถก้าวก่ายกระบวนการทางกฎหมายของ UAE ได้ รวมถึงจะไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังย้ำ ขอให้ตรวจสอบบุคคลหรือบริษัทรับสมัครงานว่าเป็นผู้รับอนุญาตจัดหางาน และได้รับอนุญาตโฆษณาจัดหางานตามระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยการโฆษณาการจัดหางาน พ.ศ. 2561 หรือไม่ รวมทั้งศึกษาข้อมูลการทำงานในต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตามช่องทางของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ก่อนตัดสินใจไปทำงาน
ทั้งนี้ หากต้องการความช่วยเหลือ กรณีถูกบังคับค้าประเวณี กักขังหน่วงเหนี่ยว หรือทำร้ายร่างกาย ผู้เสียหายจะต้องติดต่อตำรวจดูไบด้วยตนเอง ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของ UAE โดยมีช่องทางติดต่อ ดังนี้
- โทรฉุกเฉิน กด 999 (โทรฟรี ไม่ต้องมีซิมการ์ด ตำรวจสามารถเข้าช่วยเหลือทันการโดยเช็กพิกัดปัจจุบันทางสัญญาณมือถือ)
- แอปพลิเคชัน Dubai Police
- เพจ Facebook: Dubai Police Official Page (กด Call Now หรือ ฝากข้อความทาง Inbox)




