จาก GRAMMY x RS สู่ GMT Venture: ถอดรหัส ‘สงคราม Showbiz’ ยุคใหม่ เมื่อ ‘คอนเสิร์ต’ ไม่ใช่แค่เรื่องของความบันเทิง แต่คือเค้กเศรษฐกิจมูลค่าพันล้าน

21 พ.ค. 2569 - 11:16

  • 50:50 ดึงจุดแข็งคนละด้าน GMM MUSIC ส่ง Music IP + Big Data ผสานพลัง Creative & Music Direction ของ "โต๋ ศักดิ์สิทธิ์" แชร์ความเสี่ยง เติบโตระยะยาวร่วมกัน

  • เหล้าเก่าในขวดพรีเมียม 100 เพลงฮิตยุค 90's–2000's ถูกร้อยเรียงใหม่ผ่านเสียงเปียโน ตอบโจทย์ตลาด Nostalgia ก่อนถึงจุดอิ่มตัว

  • Boutique Experience ไม่ใช่ Mass Concert ยุคนี้คอนเสิร์ตต้องขาย "ประสบการณ์" ที่สตรีมมิ่งให้ไม่ได้ เจาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมจ่ายเพื่อความรู้สึก 19 ก.ย. 69 | อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

จาก GRAMMY x RS สู่ GMT Venture: ถอดรหัส ‘สงคราม Showbiz’ ยุคใหม่ เมื่อ ‘คอนเสิร์ต’ ไม่ใช่แค่เรื่องของความบันเทิง แต่คือเค้กเศรษฐกิจมูลค่าพันล้าน

หากย้อนกลับไปในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ปรากฏการณ์คอนเสิร์ตประวัติศาสตร์อย่าง GRAMMY x RS ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับอุตสาหกรรมเพลงไทยอย่างรุนแรง มันคือโมเดลธุรกิจที่ทลายกำแพงค่ายเพลงคู่แข่งในอดีต หันมาจับมือกันเพื่อ "ขุดทอง" จากสินทรัพย์ที่ล้ำค่าที่สุด นั่นคือ Nostalgia Marketing (การตลาดความทรงจำ) ของคนยุค 90s - 2000s ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดในระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน

แต่ในมุมมองของธุรกิจ "ความถวิลหาอดีตแบบเดิมๆ" อาจมีวันจืดจาง หากไม่มีการเติมความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ

นั่นจึงเป็นที่มาของก้าวต่อไปที่น่าจับตาที่สุดในกลางปีนี้เมื่อ GMM MUSIC ยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งของวงการ ประกาศจับมือกับ PIANO&i แพลตฟอร์มดนตรีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดของ "โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร" จัดตั้งกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ภายใต้ชื่อ “จีเอ็มที เวนเจอร์” (GMT Venture) สัญญาณนี้กำลังบอกอะไรกับเราในเชิงธุรกิจ?

1. ยุทธศาสตร์ "Asset Light, Talent Heavy" : ทางลัดของการเติบโตแบบก้าวกระโดด

ในอดีต ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่มักจะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่ปั้นศิลปิน ทำเพลง จัดคอนเสิร์ต ไปจนถึงทำโปรดักชั่น แต่ในยุคปัจจุบันที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไว การแบกรับต้นทุนและไอเดียไว้ที่ส่วนกลางทั้งหมดอาจไม่ทันการณ์

ภาวิต จิตรกร ซีอีโอของ GMM MUSIC เลือกใช้กลยุทธ์ "เปิดกว้างจับมือกับพาร์ทเนอร์ภายนอก (Open Collaboration)"

  • GMM SHOW(หน่วยงานคอนเสิร์ตของ GMM MUSIC): มีจุดแข็งที่หาใครเทียบยาก นั่นคือคลังเพลงฮิต (Music IP) ระดับประเทศ, ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data), และระบบการตลาดที่ทรงพลัง
  • PIANO&i (โดย ทรู โทน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์): มีจุดแข็งด้านความคล่องตัว (Agility), ความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวด้านดนตรี (Music & Show Direction), และภาพลักษณ์แบรนด์ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่

การตั้งกิจการร่วมค้าที่มีกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำ 2 ปีขึ้นไป สะท้อนว่านี่ไม่ใช่แค่การ "รับจ้างจัดงาน" หรือการโชว์ตัวชั่วคราว แต่เป็นการ "แชร์ความเสี่ยงและแบ่งปันผลประโยชน์ในสัดส่วนที่เท่ากัน" เพื่อสร้างนวัตกรรมทางดนตรีในระยะยาว

2. "Theme Concert" และ "Renovation" : กลยุทธ์แก้จุดตายตลาด Nostalgia

คอนเสิร์ตที่เน้นขายความทรงจำแบบเดิม (รวมศิลปินตัวท็อปมาร้องเพลงฮิต) เริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว โจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมโชว์บิซไทยคือ "จะทำอย่างไรให้เพลงหน้าต่างบานแรกของวันวาน ฟังดูใหม่ในวันนี้?"

โมเดลของคอนเสิร์ตแรกอย่าง “90's - 2000's PIANO & i CONCERT : Grammy Songbook” จึงเปรียบเสมือนการนำ "เหล้าเก่าในขวดใหม่ที่หรูหรากว่าเดิม"

โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรู โทน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ได้กล่าวเปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า GMM MUSIC เปรียบเหมือน "บ้านที่มีประวัติศาสตร์งดงาม" ส่วน PIANO&i คือ "ผู้รับเหมาที่เข้ามาเพื่อรีโนเวต" การนำเพลงฮิตกว่า 100 เพลงมาร้อยเรียงใหม่ผ่านเสียงเปียโนและดนตรีร่วมสมัย คือการดึงดูดทั้งแฟนเพลงยุคเก่าที่อยากฟังเวอร์ชั่นที่เติบโตขึ้น และแฟนเพลงยุคใหม่ที่ชอบความแปลกใหม่ทางดนตรี

3. นัยสำคัญต่อเศรษฐกิจอุตสาหกรรมบันเทิงไทย

การขยับตัวของพี่ใหญ่อย่าง GMM MUSIC ในครั้งนี้ ส่งสัญญาณชัดเจนว่า อุตสาหกรรมคอนเสิร์ตไทยกำลังขับเคลื่อนด้วย 'Segmentation' หรือการซอยย่อยเซกเมนต์ของผู้ชม

เรากำลังเห็นตลาดที่ถูกแบ่งเค้กอย่างชัดเจน:

 1. Mass Festival: เทศกาลดนตรีขนาดใหญ่ (บิ๊กเมาน์เทน, มหกรรมดนตรีต่างๆ) เน้นแมสและบรรยากาศ

2. Solo/Group Concert: คอนเสิร์ตเดี่ยวของศิลปินปัจจุบันที่ยังมีกระแสสูง

 3. Theme Concert (Boutique Concert): คอนเสิร์ตเฉพาะกลุ่มที่มีคอนเซปต์ชัดเจน (เช่น งาน GMT Venture นี้) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความภักดีสูง (Loyalty) พร้อมจ่ายค่าตั๋วในราคาพรีเมียม เพื่อแลกกับประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาฟังได้จากสตรีมมิ่ง

บทสรุป: สมการใหม่ของ Showbiz ไทย

ถ้า GRAMMY x RS คือประวัติศาสตร์ของการ "ควบรวมความยิ่งใหญ่ในอดีต" GMT Venture (GMM MUSIC x PIANO&i) ก็คือภาพสะท้อนของอนาคต... มันคือการผสมผสานระหว่าง "ยักษ์ใหญ่ผู้ถือครองคอนเทนต์" กับ "ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ผู้กุมบังเหียนความคิดสร้างสรรค์"

ในเชิงธุรกิจ นี่คือทางรอดและทางรุ่งของอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ที่ไม่สามารถเติบโตแบบข้ามาคนเดียวได้อีกต่อไป แต่ต้องอาศัยกลยุทธ์ Great Minds Together (GMT) คิดร่วมกัน ทำร่วมกัน และโตไปด้วยกัน ในวันที่ผู้บริโภคไม่ได้เลือกซื้อแค่ "บัตรคอนเสิร์ต" แต่เลือกซื้อ "ประสบการณ์ที่หาจากไหนไม่ได้อีกแล้ว" ในชีวิต

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์