รู้จัก ‘บาร์โค้ด 2 มิติ’ Data Matrix ‘รหัสมหัศจรรย์’

1 ธ.ค. 2565 - 14:36

  • เทคโนโลยีบาร์โค้ด 2 มิติ สื่อกลางช่วยคู่ค้า (ผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง ผู้จัดจำหน่าย และผู้ค้าปลีก) ทำงานราบรื่น

  • หลังบรรจุทุกข้อมูลตลอดซัพพลายเชน จนสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

  • GS1 Thailand ชี้ จำเป็นในยุคที่คนทั่วโลก ต้องการความปลอดภัย

GS_1_Thailand_Barcode_2_D_Data_Matrix_code_Industrial_SPACEBAR_Hero_c779d05194.jpeg
ไม่น่าเชื่อ! ว่า สี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เรียกว่า ‘บาร์โค้ด’ ซึ่งถูกติดบนสินค้าในหลาย ๆ อุตสาหกรรม จะสามารถบ่งบอกตัวตนของสินค้าได้ครบทุกมิติ ตั้งแต่การผลิต จัดจำหน่าย ไปจนถึงมือผู้บริโภค และนับวันจะเข้ามามีบทบาทกับกระบวนการค้าขายมากขึ้นทุกที ไม่ว่าจะเป็นการขายระดับเล็กๆ ในร้านค้าปลีก ร้านอาหาร หรือตามห้างสรรพสินค้า คลังสินค้าน้อยใหญ่ ล้วนใช้เทคโนโลยีบาร์โค้ด ในการจัดการสินค้าทั้งสิ้น  

หลายคนอาจสงสัยแล้วว่า ทำไมเจ้าบาร์โค้ด ซึ่งแสดงเป็นภาพเล็กๆ ในรูปแท่ง และรูปอื่นที่ผสานกันในช่องสี่เหลี่ยม จึงจัดการความยุ่งยากในทุก ๆ อุตสาหกรรมได้ ตอบสั้นๆ ได้ว่า เพราะบาร์โค้ด มันคือ ‘หมายเลขประจำตัวสินค้า’ ที่ถ้าหากเทียบกับคน ‘บาร์โค้ด’ ก็คือ ‘บัตรประจำตัวประชาชน’ นั่นเอง 
GS_1_Thailand_Barcode_2_D_Data_Matrix_code_Industrial_SPACEBAR_Photo01_13c9efc3d9.jpeg
ปัจจุบัน ‘บาร์โค้ด’ ถูกนำมาใช้ในการจัดเก็บ ‘ชื่อ รหัส และราคาของสินค้า หรือในการจัดการสต๊อกสินค้า’ อาจกล่าวได้ว่า บาร์โค้ดช่วยในการตรวจสอบจำนวนสินค้าคงเหลือได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งการใช้บาร์โค้ดในประเทศไทย ถือว่าเป็นที่นิยมมากแล้ว โดยเริ่มใช้กันมาตั้งแต่บาร์โค้ท 1 มิติ ทว่า คุณสมบัติของบาร์โค้ดแบบ 1 มิติ นั้น ตอบสนองการใช้งานได้น้อยลง หรือไม่ครอบคลุมแล้ว จากข้อจำกัดด้านการบรรจุข้อมูลที่ทำได้ไม่เกิน 20 ตัวอักษร ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาบาร์โค้ด 2 มิติขึ้น


รู้จักบาร์โค้ด 2 มิติ

ดร.คมสัน เหล่าศิลปเจริญ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันรหัสสากล (GS1 Thailand) เผยประเทศไทยโชคดี ที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริหารของ GS1 Global office ขึ้นในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ สถาบันรหัสสากล หรือ GS1 Thailand ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ทำหน้าที่บริหารการใช้งานบาร์โค้ดมาตรฐานสากล GS1 System โดยเป็นนายทะเบียนออกเลขหมายบาร์โค้ดตามมาตรฐานสากล GS1 อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย มีหน้าที่ส่งเสริมให้เกิดการใช้งานระบบมาตรฐานสากลอย่างถูกต้องตลอดทั้งซัพพลายเชนในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม  

กล่าวได้ว่า บาร์โค้ด 2 มิติ เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นจากบาร์โค้ด 1 มิติ เนื่องด้วยมีคุณสมบัติที่ออกแบบมาให้บรรจุข้อมูลได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน สามารถบรรจุข้อมูลได้จำนวนมากประมาณ 4,000 ตัวอักษรหรือประมาณ 200 เท่าของบาร์โค้ด 1 มิติ ในพื้นที่เท่ากันหรือเล็กกว่า โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
  1. บาร์โค้ด 2 มิติ แบบสแต๊ก (Stacked Barcode)  
  2. บาร์โค้ด 2 มิติ แบบเมตริกซ์ (Matrix Codes)
โดยเฉพาะชนิดหลัง (Matrix Codes) ที่กล่าวได้ว่า มีลักษณะหลากหลายและมีความเป็นสองมิติมากกว่าบาร์โค้ดแบบสแต๊ก เหมือนนำบาร์โค้ด 1 มิติไปซ้อนกัน ลักษณะเด่นของบาร์โค้ดแบบเมตริกซ์คือมีรูปแบบค้นหา (Finder Pattern) ทำหน้าที่เป็นตัวอ้างอิงตำแหน่งในการอ่านและถอดรหัสข้อมูล ช่วยให้อ่านข้อมูลได้รวดเร็วและสามารถอ่านบาร์โค้ดได้ แม้บาร์โค้ดเอียง หมุน กลับหัว หรือได้รับความเสียหายบางส่วน ฉีกขาด หรือการพิมพ์ที่ไม่ได้คุณภาพ แต่ก็ยังอ่านได้
GS_1_Thailand_Barcode_2_D_Data_Matrix_code_Industrial_SPACEBAR_Photo02_02dbacd0a2.jpeg
GS_1_Thailand_Barcode_2_D_Data_Matrix_code_Industrial_SPACEBAR_Photo04_902c927041.jpeg
ตัวอย่างของบาร์โค้ดแบบแมตริกซ์ เช่น บาร์โค้ดแบบ MaxiCode , บาร์โค้ดแบบ Data Matrix ,บาร์โค้ดแบบ QR Code

บาร์โค้ด ช่วยประโยชน์ใครบ้าง

แน่นอนว่า ในทางการค้าและอุตสาหกรรม ย่อมมีปริมาณสินค้ามหาศาล เทคโนโลยีบาร์โค้ด จึงเข้ามาช่วยจัดการอย่างมีประสิทธิภาพให้กับสินค้าตลอดซัพพลายเชน
  • ผู้ผลิต เลขหมายประจำตัวสินค้าก่อให้เกิดวิวัฒนาการด้านบรรจุภัณฑ์ โดยเลขหมายประจำตัวของผู้ผลิตแต่ละรายจะมีส่วนช่วยบ่งบอกถึงคุณภาพของสินค้า และแหล่งติดต่อของผู้ผลิต โอกาสทางการตลาดของผู้ผลิตจึงเปิดกว้างไปอีกมาก 
GS_1_Thailand_Barcode_2_D_Data_Matrix_code_Industrial_SPACEBAR_Photo05_b513418d3f.jpeg
  • ผู้ค้าส่งหรือผู้นำเข้าในต่างประเทศ มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ผลิต หรือแหล่งผลิตที่จะสามารถจัดหาสินค้าได้สะดวกและกว้างมากขึ้น ตลอดจนมีโอกาสซื้อสินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน รวมทั้งสามารถใช้ประโยชน์ด้านระบบข้อมูลเพื่อการบริหารงาน โดยเฉพาะข้อมูลด้านการขายและสินค้าคงคลัง 
GS_1_Thailand_Barcode_2_D_Data_Matrix_code_Industrial_SPACEBAR_Photo06_d8cbdef6bc.jpeg
  • ระบบการค้าปลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าปลีกขนาดใหญ่ แบบ Supermarket หรือ Mass market ระบบเลขหมายประจำตัวสินค้าและสัญลักษณ์รหัสแท่ง จะช่วยให้การคิดเงินและการเก็บเงินของพนักงานถูกต้อง และรวดเร็วมาก จึงสามารถบริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังไม่ต้องติดป้ายบอกราคาสินค้า ซึ่งมีเป็นจำนวนมากบนสินค้าแต่ละชิ้น ทำให้ลดปริมาณงานลง และสะดวกต่อการปรับราคาขาย 
GS_1_Thailand_Barcode_2_D_Data_Matrix_code_Industrial_SPACEBAR_Photo07_643b527fa1.jpeg

ค้าปลีก นำร่องใช้บาร์โค้ด 2 มิติ กับอาหารสด

ด้วยจุดเด่นของบาร์โค้ด 2 มิติ ที่สามารถใส่ข้อมูลได้หลากหลาย จึงเริ่มเข้ามามีบทบาท โดยเป็นสัญลักษณ์บนบรรจุภัณฑ์ที่กำลังจะเข้ามาปฏิรูปอาหารสดในการค้าปลีก และเป็นสัญลักษณ์เดียวที่ทำให้ข้อมูลต่างๆ ของสินค้าสามารถสแกนพร้อมกันได้ ณ จุดขาย ได้แก่ หมายเลข Batch / Lot หมายเลขซีเรียล วันที่ควรบริโภคก่อน วันหมดอายุ วันที่บรรจุ น้ำหนัก และราคาของสินค้า

GS_1_Thailand_Barcode_2_D_Data_Matrix_code_Industrial_SPACEBAR_Photo08_bde5ac79d9.jpeg
ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เองที่ช่วยส่งเสริมความปลอดภัยทางด้านอาหารสำหรับผู้บริโภค โดยสามารถป้องกันการขายสินค้าที่หมดอายุ ได้ทันทีที่เครื่องชำระเงิน โดยมีหลักการ คือเมื่อสินค้าที่หมดอายุถูกสแกน ณ จุดขาย ข้อมูลที่อยู่ในบาร์โค้ด 2 มิติ จะแจ้งเตือนลูกค้าและห้ามไม่ให้มีการซื้อสินค้าเหล่านั้น บาร์โค้ด 2 มิติ ตามมาตรฐานสากล GS1 จึงเป็นเทรนด์ใหม่ที่กลุ่มค้าปลีกทั่วโลกให้ความสนใจและเริ่มนำร่องการใช้งานบาร์โค้ด 2 มิติเหล่านี้ 

ทั้งนี้ เทคโนโลยีบาร์โค้ด 2 มิติ ชนิด GS1 DataMatrix ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อพัฒนาความปลอดภัยและตอบสนองความต้องการในทุก ๆ ภาคอุตสาหกรรมแล้ว อาทิ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอวกาศ อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเสื้อผ้า และเหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรม healthcare เนื่องจากมีขนาดเล็ก เราจึงสามารถเห็นบาร์โค้ด GS1 DataMatrix บนบรรจุภัณฑ์ยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น 
GS_1_Thailand_Barcode_2_D_Data_Matrix_code_Industrial_SPACEBAR_Photo09_2c6e72a9cc.jpeg
ปัจจุบันองค์กร GS1 มีสำนักงานกระจายอยู่กว่า 120 ประเทศทั่วโลก และระบบมาตรฐานสากล GS1 มีการใช้งานครอบคลุมกว่า 150 ประเทศทั่วโลก การที่ประเทศไทยได้รับแต่งตั้ง เป็น GS1 Thailand นั่นย่อมหมายความว่า ผู้ประกอบการจะสามารถทำการค้ากับทุกๆ ประเทศได้โดยสะดวก จากมาตรฐานเดียวกัน นั่นเอง 

และด้วยวิวัฒนาการที่ไม่หยุดยั้ง เทคโนโลยีบาร์โค้ดจึงเข้าสู่บาร์โค้ด 3 มิติ (Barcode 3D) ด้วยแล้ว โดยคุณสมบัติที่เพิ่มเติมของบาร์โค้ด 3 มิติ คือจะติดบนวัตถุได้นาน ทนต่อสภาพแวดล้อม โดยการยิงเลเซอร์ หรือทำการสลักตัวบาร์โค้ด ลงไปบนเนื้อวัตถุโดยตรง ทำให้บาร์โค้ดมีลักษณะนูนสูงขึ้นมา โดยเราจะพบเห็นลักษณะบาร์โค้ด 3D ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องมือแพทย์ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์