แก๊งอาชญากรรมในเฮติกำลังกอบโกยผลประโยชน์จากการล่าและส่งออก “ลูกปลาไหลแก้ว” (Glass Eels) ซึ่งมีมูลค่าสูงในตลาดเอเชีย โดยถือเป็นธุรกิจผิดกฎหมายที่กำลังเฟื่องฟูท่ามกลางความโกลาหลของประเทศ และถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงินของเครือข่ายการค้ายาข้ามชาติ ตามคำเตือนของผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานสหประชาชาติ
ลูกปลาไหลราคาทอง—จุดหมายปลายทางคือเอเชีย
ลูกปลาไหล หรือ “ซังกิ” (Zangi) ในเฮติ เป็นปลาไหลวัยอ่อนที่ลอยมากจากทะเลซาร์กัสโซในมหาสมุทรแอตแลนติก ก่อนเข้าสู่ปากแม่น้ำของเฮติและสาธารณรัฐโดมินิกัน ความต้องการสูงจากเอเชีย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมฟาร์มปลาไหล ทำให้ตลาดเถื่อนนี้กลายเป็นเหมืองทองของแก๊งอาชญากร
สำหรับลูกปลาไหล 1 กรัม จะมีทั้งหมาด 7-10 ตัว สามารถขายได้ในราคา 3.60-4.50 ดอลลาร์ ในขณะที่ชาวประมงได้รับเพียง 0.50-1.50 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม นับเป็นรายได้ที่ล่อตาล่อใจในยามที่เฮติประสบวิกฤตหนัก
ถูกจัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ แต่การค้าไร้การควบคุม
แม้ปลาไหลอเมริกันจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มใกล้สูญพันธุ์โดย IUCN แต่ปัจจุบัน ยังไม่ ถูกควบคุมโดยอนุสัญญา CITES ต่างจากปลาไหลยุโรปที่ถูกควบคุมมาตั้งแต่ปี 2009 เพราะลูกปลาไหลสองสายพันธุ์แทบแยกไม่ออกด้วยตาเปล่า ทำให้หลายประเทศรวมถึงสหภาพยุโรปและปานามาเตรียมผลักดันให้ CITES จำกัดการค้าปลาไหลทุกชนิดในการประชุมที่อุซเบกิสถานวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้
รัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติของเฮติระบุว่า หากมาตรการนี้ผ่าน จะกระทบผู้ส่งออกและชาวประมงรายย่อยจำนวนมาก
อุตสาหกรรมมืด—ไร้ข้อมูล ไร้กฎระเบียบ เป็นสวรรค์ของแก๊งค้าอาวุธ–ยาเสพติด
อุตสาหกรรมลูกปลาไหลในเฮติ ไม่มีระบบจัดเก็บข้อมูล ไม่มีการควบคุม และเต็มไปด้วยผู้มีอิทธิพลแฝงตัว นักอนุรักษ์รายหนึ่งให้ข้อมูลกับ AFP ว่า “มันคืออุตสาหกรรมแบบมาเฟีย”
กาดา วาลี ผู้อำนวยการสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ที่กำลังจะหมาดวะระ เปิดเผยว่า ชาวเฮติหลายรายเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฟอกเงินผ่านการส่งออกลูกปลาไหล โดยมีทั้ง นักการเมืองและนักธุรกิจทรงอิทธิพล อยู่เบื้องหลัง
รายงานผู้เชี่ยวชาญของคณะทำงานคว่ำบาตร UN ระบุว่า ภาคส่วนนี้เป็น “พื้นที่เหมาะเจาะสำหรับการฟอกเงิน” ดังนี้
• ระบบออกใบอนุญาตหละหลวม
• เจ้าหน้าที่รัฐและคนกลางถูกคอร์รัปชัน
• แก๊งกรรโชกชาวประมง
• มีการลอบใส่สินค้าลักลอบอื่นแนบไปกับลูกปลาไหลที่ส่งออก
ชีวิตชาวประมงต้องแลกด้วยสุขภาพและความเสี่ยง
ระหว่างฤดูล่าตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูใบไม้ผลิ ชาวประมงต้องยืนแช่น้ำ 12 ชั่วโมงตั้งแต่เย็นจนเช้า โดยปราศจากอุปกรณ์ป้องกัน ใช้เพียง ไม้กรอบติดมุ้งลวด เป็นอุปกรณ์จับปลา ชาวประมงรายหนึ่งจากเมืองบาส–ลิมเบ เผยว่าเห็นคนถูกส่งโรงพยาบาล “นับร้อย” จากการติดเชื้อและอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ
นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมระบุว่า ทางที่ดีกว่าคือ เลิกจับปลาไหลแก้ว และสนับสนุนเครื่องมือทำประมงเพื่อจับสัตว์น้ำชนิดอื่นที่ไม่กระทบต่อระบบนิเวศ








