แอปเป๋าตัง ในวันที่ 20 ตุลาคม 2568 จะล่มไหม?? อีกหนึ่งความเป็นห่วง เมื่อโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ ภายใต้การนำของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดให้ลงทะเบียนวันแรก!!! คำถามนี้ เป็นเพราะว่า คนละครึ่งพลัสไม่ได้เปิดสิทธิเพื่อคนไทยทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป แต่เปิดภายใต้การกำหนดสิทธิ ที่ให้ในจำนวนประมาณ 20 ล้านสิทธิ หรือจนกว่าจะครบวงเงินสิทธิในวงเงินไม่เกิน 44,000 ล้านบาท หรือถึงปิดลงทะเบียนวันสุดท้ายในวันที่ 26 ตุลาคม 2568 แล้วแต่เกณฑ์ใดจะถึงก่อน
แน่นอนว่า นี่เป็นความท้าทายของคนไทยที่ต้องการเป็นหนึ่งในจำนวน 20 ล้านสิทธิ ดังนั้น งานนี้ต้องวัดฝีมือความไว ‘ใครไวใครได้’ ท่ามกลางผู้คนที่อยู่ในช่วงอายุนี้ ถึงเกือบ 57.7 ล้านคน (ข้อมูลของกรมการปกครอง เดือน มกราคม 2568) แต่มีสิทธิให้เพียง 20 ล้านสิทธิ์!!!
‘คนละครึ่งพลัส’ โครงการเพื่อ ‘กระตุ้นการจับจ่าย’
การเปิดโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ ครั้งนี้ ก็มีเหตุผลกลไกที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเผชิญความท้าทายหลายมิติมาต่อเนื่องยาวนาน การฟื้นตัวยากลำบาก จึงต้องการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ที่ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่รัฐบาลใช้เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ทั้งนี้ กล่าวได้ว่า โครงการคนละครึ่งพลัสครั้งนี้ ต่อยอดจากโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เดิม โดยใส่ความแตกต่างที่น่าสนใจ และมีเป้าหมายที่ซับซ้อนกว่าเดิม
เข้าใจความต่าง จาก ‘คนละครึ่ง(เดิม)’ สู่‘คนละครึ่งพลัส’
‘คนละครึ่งพลัส’ ไม่ได้พิเศษใส่ไข่เฉพาะ ‘การเพิ่มวงเงิน’ แต่คนละครึ่งครั้งนี้ ยังเป็นการปรับโครงสร้างสิทธิประโยชน์เพื่อบรรลุเป้าหมายด้าน ‘วินัยทางการคลัง’ และ ‘ภาษี’ ด้วย โดยความแตกต่างหลักๆ สรุปได้ดังนี้

คนละครึ่งพลัส แยกคนไทย 2 กลุ่มให้สิทธิ ‘ไม่เท่ากัน’
ความแตกต่างที่เด่นชัดและเป็นประเด็นหลักของ ‘คนละครึ่งพลัส’ คือการกำหนดวงเงินสิทธิรวมตลอดโครงการที่แตกต่างกันตามสถานะการยื่นแบบภาษีของผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นการออกแบบนโยบายเพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น
1. กลุ่มผู้ยื่นแบบภาษี (เข้าระบบภาษี)
• วงเงินสิทธิรวมตลอดโครงการ: สูงสุด 2,400 บาท/คน
• เหตุผล: เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์และตอบแทนสำหรับผู้ที่อยู่ในระบบการเสียภาษีอย่างถูกต้อง
2. กลุ่มผู้ไม่ยื่นแบบภาษี (คนทั่วไป)
• วงเงินสิทธิรวมตลอดโครงการ: สูงสุด 2,000 บาท/คน
• เหตุผล: ยังคงให้การสนับสนุนค่าครองชีพ แต่มีวงเงินที่น้อยกว่ากลุ่มผู้เสียภาษีเล็กน้อย
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเพิ่มเติมสำหรับ กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่อาจมีการเพิ่มวงเงินในบัตรฯ ในลักษณะ Top-up ให้มีเงินรวมสำหรับใช้จ่ายเพิ่มขึ้น (เช่น รวมเป็น 1,000 บาท) เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่กลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะ ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ต้องลงทะเบียน เพราะเงินเพิ่มจะเข้าระบบเดิมที่ใช้อยู่แล้ว
ข้อควรรู้ “ลงทะเบียน-ใช้จริงเมื่อไหร่?”
เพื่อให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างราบรื่น ผู้สนใจควรทราบรายละเอียดการลงทะเบียนและช่วงเวลาการใช้สิทธิ ดังนี้
1. การลงทะเบียนสำหรับประชาชน

• ข้อควรระวัง: ผู้ได้รับสิทธิจะต้องเริ่มใช้สิทธิครั้งแรก ภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เวลา 23:00 น. ไม่เช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิ์
2. การลงทะเบียนสำหรับร้านค้า
• ร้านค้าเดิม : ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพียง อัปเดตแอปฯ ‘ถุงเงิน’ และกดยอมรับเงื่อนไข เข้าร่วมโครงการ
• ร้านค้าใหม่ : ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ หรือช่องทางที่กำหนด
3. ระยะเวลาการใช้จ่ายจริง
• เริ่มใช้สิทธิ (ร้านค้าทั่วไป): ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568
• เวลาใช้จ่าย: 06:00 – 23:00 น. ของทุกวัน
• เริ่มใช้สิทธิ (Food Delivery): ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 (เวลาอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม)
โครงการคนละครึ่งพลัสจึงนับเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าจับตา ซึ่งไม่ได้เน้นแค่การใช้จ่าย แต่ยังพยายามเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์เข้ากับการสร้างความยั่งยืนทางการคลังด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลภาษีของประเทศเพิ่มขึ้น
ไทม์ไลน์ชัดๆ ‘คนละครึ่งพลัส’ ต้องทำอะไร? เมื่อไหร่?







