ในยุคที่โลกแห่กลับสู่ธรรมชาติ ‘สมุนไพรไทย’ กำลังกลายเป็นพระเอกใหม่ของเศรษฐกิจสุขภาพ ด้วยพลังจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ผสานกับตลาดสุขภาพโลกที่เติบโตไม่หยุด ทำให้สมุนไพรไทยไม่ใช่แค่ยา แต่กลายเป็น ‘Soft Power ตัวจริง’ ที่รัฐบาลไทยตั้งใจผลักดันอย่างเป็นระบบ
ล่าสุด รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข ออกมาเผยความเคลื่อนไหวล่าสุดในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย ผ่านงาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 22” ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมยก 5 สมุนไพรไทยยอดนิยม ได้แก่ ขมิ้นชัน, ไพล, กระชายดำ, กระท่อม และกัญชา ขึ้นแท่น ‘Herb of the Year’ ประจำปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 3,526 ล้านบาท
อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย การยกระดับสมุนไพรเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มยอดขาย แต่ยังขยายฐานตลาดจากชุมชนสู่ภาคธุรกิจและการแพทย์ทางเลือกอย่างชัดเจน ภายในงานมหกรรมมีผู้เข้าร่วมกว่า 300,000 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 20% และมีมูลค่าการซื้อขายหน้างานรวมกว่า 48 ล้านบาท พร้อมมีการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ถึง 219 คู่ค้า สร้างเม็ดเงินสะพัดอีกราว 198 ล้านบาท
“นี่ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่คือโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ที่ให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นกลายเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนรายได้ของประเทศ” อนุกูล กล่าว
อนุกูล ยังกล่าว รัฐบาลยังประกาศเดินหน้ายกระดับการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และการใช้สมุนไพรในระบบบริการสุขภาพอย่างจริงจัง พร้อม อัดงบสนับสนุนเกษตรกร ให้หันมาปลูกสมุนไพรเชิงพาณิชย์ ขยายโอกาสสู่อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism)
เป้าหมายใหญ่ คือการพัฒนาระบบ ‘Service Plan’ ที่ให้สมุนไพรและแพทย์แผนไทยเป็นหนึ่งในบริการสุขภาพที่เข้าถึงได้ง่าย ปลอดภัย และได้มาตรฐาน เพื่อดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างชาติ และเพิ่มรายได้ให้ประชาชนในระยะยาว
กล่าวได้ว่า 5 สมุนไพรยอดฮิต ขึ้นแท่น ‘Herb of the Year’ สร้างเศรษฐกิจประเทศไทย
• สร้างรายได้รวมปีล่าสุด 3.5 พันล้านบาท
• เกิดการจับคู่ธุรกิจ 219 คู่ เงินสะพัดเกือบ 200 ล้านบาท
• รัฐหนุนเต็มที่ให้ ‘สมุนไพร’ เป็น Soft Power เศรษฐกิจไทย
ดังนั้น สมุนไพรไทยวันนี้ไม่ใช่แค่ยารักษาโรค แต่คือโอกาสทางเศรษฐกิจ ที่เติบโตได้จริงในระดับโลก เมื่อรัฐ หนุน ตลาดรับ และชุมชนลุกขึ้นมาทำธุรกิจอย่างมีระบบ




