การจราจรทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาคึกคักที่สุดในรอบ 2 เดือน หลังสหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงยุติสงครามและเปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญอีกครั้ง โดยข้อมูลจากบริษัทติดตามเรือ AXSMarine เผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า มีเรือสินค้าถึง 25 ลำแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าวในวันพฤหัสบดี สูงกว่าค่าเฉลี่ยเพียง 7 ลำต่อวันนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมถึงกว่า 3 เท่า
สัญญาณการฟื้นตัวของการเดินเรือ
พยานในพื้นที่รายงานกับสำนักข่าว AFP ว่า รถบรรทุกเปล่าจอดต่อคิวยาวกว่า 3 กิโลเมตรนอกท่าเรือคอร์ฟักกัน (Korfakkan) ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของช่องแคบ ขณะที่เรือคอนเทนเนอร์อย่างน้อย 4 ลำกำลังขนถ่ายสินค้า และยังมีเรืออีกหลายลำรอจอดเทียบท่าอยู่ในระยะสายตา ทั้งนี้ AXSMarine ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากบางลำปิดหรือดัดแปลงสัญญาณ AIS เพื่อหลบการตรวจจับ
คำเตือนทุ่นระเบิดและกฎผ่านช่องแคบใหม่
กองทัพเรือปากีสถานออกประกาศเตือนเมื่อวันศุกร์ว่าพบทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซบริเวณนอกชายฝั่งโอมาน พร้อมแนะนำให้เรือทุกลำที่แล่นผ่านพื้นที่ดังกล่าว "ระมัดระวังเป็นพิเศษ" สอดคล้องกับที่กลุ่มเดินเรือระหว่างประเทศออกมาเตือนว่าแผนการเปิดเส้นทางยังไม่ชัดเจนและยังไม่ปลอดภัยเพียงพอ
ด้านหน่วยงานช่องแคบอ่าวเปอร์เซียของอิหร่านประกาศกฎใหม่สำหรับการผ่านช่องแคบในช่วงระยะเวลา 60 วันตามข้อตกลง โดยกำหนดให้เรือทุกลำยื่นคำขอล่วงหน้า 48 ชั่วโมง พร้อมยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมและค่าประกันภัยสำหรับเรือที่ผ่านช่องแคบในช่วงดังกล่าว
ผลกระทบต่อตลาดพลังงาน
การปิดช่องแคบฮอร์มุซตลอดช่วงสงครามส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงและขัดขวางการขนส่งพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ เช่น ปุ๋ย นักวิเคราะห์อาวุโสจากกลุ่มธนาคาร Swissquote อิเพก ออซการ์เดสกายา (Ipek Ozkardeskaya) ระบุว่า หลังข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านที่ประกาศเมื่อ 14 มิถุนายน ราคาพลังงานเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว และภาคพลังงานกับขนส่งจะได้รับประโยชน์เป็นกลุ่มแรก ก่อนที่ผลดีจะขยายไปสู่ภาคเศรษฐกิจอื่น อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในเลบานอน ซึ่งอิสราเอลยังคงโจมตีต่อเนื่องแม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ระบุว่ายังมีเรือสินค้ากว่า 500 ลำและลูกเรือประมาณ 11,000 คนติดอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย โดยโดยรวมมีลูกเรือราว 20,000 คนได้รับผลกระทบจากสงครามครั้งนี้





