จากกรณี สมาคมโรงแรมไทย (THA) เตรียมยื่นฟ้องศาลปกครองภายใน 90 วัน เพื่อขอให้เพิกถอนประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศ ชี้เป็นภาระรุนแรงต่อโรงแรมทุกภูมิภาค โดยเฉพาะโรงแรมขนาดเล็กในพื้นที่เศรษฐกิจอ่อนแอ จี้ภาครัฐดำเนินนโยบายที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจเฉพาะพื้นที่ การปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาททั่วประเทศ ส่งผลต่อโรงแรมขนาดเล็กและธุรกิจในภูมิภาคที่มีต้นทุนและรายได้ไม่สอดคล้องกับอัตราใหม่
การกำหนดอัตราค่าแรงเท่ากันทุกพื้นที่เป็นนโยบายที่ขาดความยืดหยุ่น ไม่สะท้อนต้นทุนจริงในแต่ละท้องถิ่น ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง และนำไปสู่แรงงานเคลื่อนย้ายระหว่างอุตสาหกรรมในพื้นที่เดียวกัน ขณะที่ธุรกิจโรงแรมมีต้นทุนคงที่และค่าใช้จ่ายแรงงานสูงถึง 30–35% ของรายได้ การเพิ่มค่าแรงอย่างกะทันหันจึงยิ่งเร่งให้ต้นทุนเกินจุดคุ้มทุน


ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพูดคุยกับผู้ประกอบการโรงแรม ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่สำคัญด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ที่มีผู้ประกอบการโรงแรมที่พักตั้งแต่ 2 ดาว ไปจนถึง 5 ดาว

ละเอียด บุ้งศรีทอง ที่ปรึกษากรรมการสมาคมโรงแรมไทย และผู้จัดการโรงแรมรติล้านนา เปิดเผยว่า ตอนนี้โรงแรม 5 ดาวในจังหวัดเชียงใหม่ มีผลกระทบเรื่องการปรับค่าแรงมาตั้งแต่เดือนมกราคม เพราะมีการประเฉพาะกลุ่ม ซึ่งทางโรงแรมมีการปรับตัวมาโดยตลอด แต่การปรับทั่วประเทศ ในช่วงเดือน กรกฎาคม สร้างความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน
“ถ้าเทียบง่ายๆ ระหว่างเชียงใหม่ กับกรุงเทพมหานคร ระบบเศรษฐกิจเราก็ต่างกันแล้ว หากมีค่าแรงขั้นต่ำเท่ากัน การปรับขึ้นค่าแรงควรมีการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดของบอร์ดไตรภาคี ควรมีการศึกษาข้อมูลเชิงลึก มากกว่านี้ ในเชิงเป็นรายจังหวัด และเชิงกลุ่มของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ค่าแรงของพนักงานสามารถปรับขึ้นได้ตามสภาพเศรษฐกิจและอายุการทำงานของพนักงาน ทางผู้ประกอบการเองต้องปรับค่าแรงตามที่กฎหมายกำหนด”
“แต่อยากให้ภาครัฐช่วยหาลูกค้าหรือกลุ่มนักท่องเที่ยว ให้กับผู้ประกอบการด้วย เพราะที่ผ่านมา โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ก็ยังไม่ตอบโจทย์ ไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศ และหาตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่ม รวมถึงช่วยลดต้นทุนด้านอื่น ให้กับผู้ปกระกอบการด้วย”
“อยากจะเสนอแนะให้คณะกรรมการควรวางแผนขึ้นค่าแรงเป็นรายปี ไม่ใช่รายไตรมาส เพราะผู้ประกอบการปรับตัวไม่ทัน การปรับค่าแรง 400 บาท เสี่ยงทำให้โรงแรม 2-4 ดาว ลดพนักงาน ส่งผลให้อาจมีคนตกงานเพิ่ม ขณะที่โรงแรม 5 ดาว อาจได้รับผลกระทบในระยะยาว ซึ่งอาจต้องลดพนักงานใน 6 เดือนข้างหน้า ถ้าภาครัฐไม่มีมาตรการมากระตุ้นเศรษฐกิจ หรือเรียกความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีน ที่เป็นตลาดขนาดใหญ่กลับมาได้”
— ละเอียด บุ้งศรีทอง สมาคมโรงแรมไทย
ด้าน พรรณี จงรักษ์ พนักงานโรงแรม กล่าวว่า ในมุมของลูกจ้าง การที่ได้ขึ้นค่าแรงถือว่าเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากกับพนักงาน เพราะการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท จะมีผลกับพนักงานทุกๆ คนที่ต้องปรับไปตามขั้น ทำให้ได้รับการปรับเงินค่าแรงขึ้นทุกคน แต่ในการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท มีทั้งข้อดีแล้วข้อเสีย ที่เห็นชัดเจน คือ ค่าครองชีพ สูงขึ้นตาม เพราะเศรษฐกิจปัจจุบันข้าวของแพง

“ความจริงก่อนที่รัฐบาลจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ รัฐบาลควรดูแลกับกำเรื่องการขึ้นราคาของสินค้าต่างๆ ด้วย เพราะทุกครั้งที่มีการปรับค่าแรง ค่าครองชีพก็ปรับขึ้นตามไปด้วย”
“ส่วนอีกด้านหนึ่ง ก็กังวลว่าถ้าค่าแรงเพิ่มขึ้น แต่แขกที่มาพักน้อยลง ผู้ประกอบการต้องแบกภาระมากขึ้น อาจทำให้พนักงานถูกปลดได้ จึงอยากฝากถึงรัฐบาลให้แก้ไขปัญหา เรื่องค่าครองชีพควบคู่กันไปด้วย”


ปัจจุบันโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ เปิดให้บริการประมาณ 60,000 ห้อง แม้จะมียอดจองเข้ามาในช่วงกรีนซีซั่น และช่วงไฮซีซั่นเข้ามาบ้างแล้ว ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการ ต้องบริหารจัดการในการวางแผนต้นทุน เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ เพราะการปรับค่าแรงนั้นส่งผลกระทบทั้งโรงแรมขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก เพราะทุกโรงแรมเมต้นทุนการประกอบกิจการเป็นราคาของพนักงานบริการ มากถึง 30%




