อีเกีย (IKEA) ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของโลก เผยกำไรหลังหักภาษีปีงบประมาณ 2024–2025 ลดลงแรง 32% เหลือเพียง 1.5 พันล้านยูโร (ราว 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) หลังใช้นโยบายลดราคาสินค้าและเจอภาระภาษีนำเข้าสหรัฐเพิ่ม
เฮนริก เอลม์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของ อินเตอร์ อีเกีย โฮลดิ้ง (Inter IKEA Holding) กล่าวว่า บริษัทใช้งบกว่า 2–3 พันล้านยูโร เพื่อลดราคาสินค้าราว 10% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อดึงลูกค้ากลับมาหลังยุคโควิด “เรามองเห็นผลลัพธ์ชัดเจน ลูกค้ากลับมามากขึ้น แม้กำไรลดลง” เอลม์ระบุ
ผลกระทบจากกลยุทธ์ลดราคา
แม้ยอดขายรวมของอิเกียในปีงบประมาณที่สิ้นสุดปลายเดือนสิงหาคมจะลดลง 1% เหลือ 44.6 พันล้านยูโร แต่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 2.6% และจำนวนผู้เยี่ยมชมร้านค้าเพิ่มขึ้น 1.9% เอลม์ระบุว่าการลดราคา 10% ถือเป็นการลดราคาครั้งใหญ่มาก แต่ช่วยทำลายแนวโน้มเชิงลบและดึงดูดลูกค้าเข้าร้านมากขึ้น
ผลกระทบจากภาษีนำเข้าสหรัฐ
กำไรจากการดำเนินงานของ อินเตอร์ อิเกีย ลดลง 26% เหลือ 1.7 พันล้านยูโร อันเป็นผลจากการลดราคาสินค้าประกอบกับต้นทุนห่วงโซ่อุปทานที่เพิ่มขึ้น บริษัทระบุว่าต้นทุนการจัดหาสินค้าที่สูงขึ้นรวมถึงค่าใช้จ่ายจากภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับการดูดซับบางส่วน โดยอ้างอิงถึงภาษีนำเข้าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกำหนด
แนวโน้มอนาคตและการบริหารสินค้าคงคลัง
ตลาดอเมริกาเหนือยังคิดเป็น 10% ของยอดขายอีเกียทั่วโลก บริษัทจึงเร่งเพิ่มสินค้าคงคลังในร้าน เพื่อให้แน่ใจว่ามีสินค้าพร้อมจำหน่ายต่อเนื่อง
เอลม์กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามองปี 2026 ด้วยความระมัดระวังแต่ยังมั่นใจว่าอีเกียอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะกลับมาเติบโตอีกครั้ง”
อีเกียก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1943 ที่สวีเดน โดย อิงวาร์ แคมป์ราด ปัจจุบันไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จึงไม่มีข้อบังคับต้องเปิดเผยผลการเงินต่อสาธารณะ แต่เริ่มเผยผลประกอบการบางส่วนตั้งแต่ปี 2010 เพื่อสร้างความโปร่งใสมากขึ้น




