GDP ไทยปี 2569 IMF เพิ่มคาดการณ์โต 2.1% AI หนุนส่งออก

13 ต.ค. 2569 - 14:44

  • IMF เพิ่มระมาณการ GDP ไทยปี 2569 จาก 1.9% เป็น 2.1% โดยการลงทุน AI หนุนประเทศในห่วงโซ่ฮาร์ดแวร์ รวมถึงไทย

  • แม้ปรับคาดการณ์ดีขึ้น แต่ไทยยังโตต่ำกว่าประเทศอื่นในอาเซียน-5 และคาดว่าปี 2570 จะขยายตัวระดับเดิมที่ 2.1%

  • จับตาต้นทุนพลังงานและดุลบัญชีเดินสะพัดที่คาดว่าจะขาดดุล ขณะที่การเพิ่มผลิตภาพและแก้ข้อจำกัดทางการเงินยังเป็นโจทย์สำคัญ

GDP ไทยปี 2569 IMF เพิ่มคาดการณ์โต 2.1% AI หนุนส่งออก

IMF เพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยเป็น 2.1% แรงส่ง AI หนุนส่งออก แต่ยังโตต่ำกว่าเพื่อนบ้าน

เศรษฐกิจไทยได้รับมุมมองที่ดีขึ้นจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) หลังปรับเพิ่มประมาณการเติบโตปี 2569 เป็น 2.1% จาก 1.9% ในเดือนกรกฎาคม โดยมีการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เป็นแรงสนับสนุนประเทศที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตฮาร์ดแวร์ รวมถึงไทย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ปรับขึ้นยังสะท้อนการเติบโตในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ขณะที่ต้นทุนพลังงานและข้อจำกัดภายในประเทศยังเป็นโจทย์สำคัญต่อการฟื้นตัว

รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Outlook (WEO) ฉบับเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งเปิดตัวระหว่างการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ณ กรุงเทพมหานคร ประเมินว่า GDP ไทยจะขยายตัว 2.1% ทั้งในปี 2569 และปี 2570 โดยประมาณการปีนี้เพิ่มขึ้นจาก 1.5% ในเดือนเมษายน และ 1.9% ในเดือนกรกฎาคม

การปรับเพิ่มดังกล่าวหมายถึง IMF มองแนวโน้มปีนี้ดีขึ้นจากที่เคยประเมิน แต่ยังไม่ได้เห็นการเร่งตัวของเศรษฐกิจอย่างชัดเจน เพราะอัตราเติบโตที่คาดไว้ยังต่ำกว่าปี 2568 ซึ่งรายงานฉบับล่าสุดระบุไว้ที่ 2.4%

ทำไมปรับขึ้นเป็น 2.1%: ไทยได้แรงส่งจากห่วงโซ่ AI

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังขยายตัว และเพิ่มความต้องการฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้อง สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากการเปิดตัว WEO ว่า แรงลงทุนดังกล่าวมีส่วนทำให้ IMF ปรับเพิ่มประมาณการประเทศผู้จัดหาฮาร์ดแวร์ AI โดยระบุถึงเกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก และไทย

สำหรับไทย ช่องทางรับประโยชน์จึงอยู่ที่การเชื่อมโยงกับการผลิตและส่งออกสินค้าเทคโนโลยี ไม่ได้จำกัดเฉพาะการพัฒนา AI ภายในประเทศ โดยรายงาน WEO ฉบับเดือนกรกฎาคมของ IMF เคยจัดไทยร่วมกับไต้หวัน เกาหลีใต้ และมาเลเซียไว้ในกลุ่มผู้ส่งออกสุทธิฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI รายสำคัญ ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์เทคโนโลยี

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เผยแพร่ยังไม่ได้แจกแจงว่าแรงส่งจาก AI เพิ่มการเติบโตของไทยกี่จุดเปอร์เซ็นต์ หรือมีสัดส่วนเท่าใดในการปรับประมาณการจาก 1.9% เป็น 2.1% จึงยังไม่อาจสรุปว่าการปรับขึ้นทั้งหมดเกิดจาก AI เพียงปัจจัยเดียว

เทียบภูมิภาค ไทยยังโตต่ำ แม้ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี

เมื่อเทียบประมาณการปี 2569 ไทยยังมีอัตราเติบโตต่ำกว่าประเทศอื่นในกลุ่มอาเซียน-5 ซึ่งประกอบด้วยอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย

มีรายงานตัวเลขจาก WEO ว่า มาเลเซียคาดว่าจะเติบโต 5.2% อินโดนีเซีย 5.1% สิงคโปร์ 5.0% และฟิลิปปินส์ 3.4% เทียบกับไทยที่ 2.1% ส่วนเวียดนาม ซึ่งอยู่นอกกลุ่มอาเซียน-5 ตามนิยามดังกล่าว คาดว่าจะขยายตัว 8.4%

ช่องว่างนี้ชี้ว่า แม้ไทยจะได้รับแรงสนับสนุนจากการค้าเทคโนโลยี แต่แรงส่งดังกล่าวยังไม่เพียงพอให้เศรษฐกิจโดยรวมเติบโตในระดับเดียวกับเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ การเปรียบเทียบเป็นการนำตัวเลขประมาณการรายประเทศมาอ่านร่วมกัน ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าผู้แถลง IMF กล่าวจัดอันดับไทยบนเวทีโดยตรง

ข้อจำกัดภายในประเทศเป็นอีกส่วนที่ต้องพิจารณา โดยในการประเมินเศรษฐกิจไทยตามกระบวนการ Article IV ซึ่งเผยแพร่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 IMF เคยระบุถึงความไม่แน่นอนทางการค้า การขยายตัวของสินเชื่อที่จำกัด และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ช้าลง พร้อมเสนอให้แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและยกระดับผลิตภาพแรงงาน แม้เป็นการประเมินก่อนรายงานเดือนตุลาคม แต่ช่วยอธิบายโจทย์พื้นฐานที่ไทยต้องแก้ควบคู่กับการรับโอกาสจากเทคโนโลยี

พลังงานแพงกดต้นทุน จับตาดุลบัญชีเดินสะพัด

อีกด้านที่ต้องติดตามคือแรงกดดันจากการนำเข้าพลังงาน รายงานล่าสุดคาดว่าเงินเฟ้อไทยจะอยู่ที่ 2.1% ในปี 2569 ก่อนลดลงเป็น 1.7% ในปี 2570 ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดอาจพลิกจากเกินดุล 3.0% ของ GDP ในปี 2568 เป็นขาดดุล 1.2% ในปีนี้ ก่อนกลับมาเกินดุล 1.4% ในปีหน้า

ดุลบัญชีเดินสะพัดครอบคลุมทั้งการค้าสินค้า บริการ รายได้ และเงินโอนกับต่างประเทศ การขาดดุลจึงต้องพิจารณาร่วมกับองค์ประกอบเหล่านี้ สำหรับประเทศผู้นำเข้าพลังงานอย่างไทย ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจเพิ่มภาระนำเข้า รวมถึงต้นทุนการผลิตและขนส่งของธุรกิจ แม้ภาคส่งออกบางกลุ่มจะได้รับประโยชน์จากกระแส AI

ในมุมเศรษฐกิจไทย จึงเป็นสถานการณ์ที่แรงหนุนและแรงกดดันเกิดขึ้นพร้อมกัน ภาคเทคโนโลยีมีโอกาสเติบโต แต่ธุรกิจและครัวเรือนส่วนอื่นยังต้องรับภาระต้นทุน ซึ่งอาจทำให้ประโยชน์จากการฟื้นตัวกระจายได้ไม่ทั่วถึง

โจทย์การคลัง ช่วยเศรษฐกิจให้ตรงจุด พร้อมรักษาความสามารถรับวิกฤต

ข้อเสนอเรื่องการฟื้นพื้นที่ทางการคลังในการแถลง WEO เป็นคำแนะนำระดับโลก จึงไม่ควรตีความว่า IMF สั่งให้ไทยลดรายจ่ายทุกประเภท หรือให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรึงดอกเบี้ยโดยอัตโนมัติ

สำหรับข้อเสนอเฉพาะไทยในการประเมิน Article IV เดือนกุมภาพันธ์ IMF เน้นให้การช่วยเหลือทางการคลังมุ่งเป้าหมายและใช้งบประมาณอย่างระมัดระวัง ภายใต้แผนปรับฐานะการคลังระยะปานกลางที่น่าเชื่อถือ พร้อมเพิ่มรายได้รัฐเพื่อรองรับการลงทุนที่ช่วยสร้างการเติบโตและการคุ้มครองทางสังคม ส่วนด้านการเงิน IMF ในครั้งนั้นเห็นช่องทางผ่อนคลายเพิ่มเติมตามข้อมูลเศรษฐกิจ โดยต้องแก้ข้อจำกัดในการส่งผ่านนโยบายและปัญหาหนี้ครัวเรือนควบคู่กัน

ประมาณการ GDP ไทยที่เพิ่มเป็น 2.1% จึงเป็นสัญญาณว่าไทยรับแรงส่งจากเศรษฐกิจเทคโนโลยีได้บางส่วน แต่การเติบโตปีหน้าที่ยังอยู่ระดับเดิมสะท้อนว่า ประเทศยังต้องเร่งเพิ่มผลิตภาพ แก้ข้อจำกัดทางการเงินของครัวเรือนและธุรกิจ และบริหารต้นทุนพลังงาน เพื่อให้โอกาสจากการส่งออกต่อยอดไปสู่การเติบโตที่กว้างขึ้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


GDP ไทยปี 2569 IMF เพิ่มคาดการณ์โต 2.1% AI หนุนส่งออก