‘เอกนิติ-วิทัย’ หารือ IMF แก้โจทย์หนี้ครัวเรือน ชู AI-การเงินดิจิทัลเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจ
ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและการเติบโตของผลิตภาพที่ชะลอตัว เป็นโจทย์สำคัญที่ไทยต้องเร่งหาทางออก ควบคู่กับการสร้างโอกาสจากเทคโนโลยีและนวัตกรรม รัฐบาลเตรียมนำประเด็นเหล่านี้ขึ้นหารือร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในเวทีเสวนาเฉพาะประเทศไทย ระหว่างการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจและวางรากฐานการเติบโตระยะยาว
ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มีกำหนดเข้าร่วมเวที “Thailand Special Seminar: Bangkok 1991–2026: Thailand’s Path to Resilient, Inclusive Growth” ในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00–16.00 น. ณ ห้อง G-17 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
เวทีดังกล่าวจัดโดย IMF โดยมี กฤษณะ ศรีนิวาสัน (Krishna Srinivasan) ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิกของ IMF พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจไทย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและแนวทางปฏิรูปเพื่อรับมือความท้าทายในอนาคต
ถกหนี้ครัวเรือน-ผลิตภาพ วางฐานการเติบโตระยะยาว
ประเด็นสำคัญของการหารือจะมุ่งพิจารณาแนวทางรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค ควบคู่กับการเพิ่มศักยภาพการเติบโตของประเทศ โดยเฉพาะการแก้ไขข้อจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือน และการยกระดับผลิตภาพแรงงานและภาคธุรกิจ เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย
การหารือยังครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัย และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาในการวางนโยบายเศรษฐกิจระยะยาว เพื่อให้ประเทศสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและกระจายประโยชน์ถึงประชาชนอย่างทั่วถึง
รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน รักษาความเชื่อมั่นลงทุน
อีกประเด็นที่จะนำขึ้นหารือคือผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ อุปสรรคทางการค้า และความผันผวนของราคาพลังงาน
เวทีนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้กำหนดนโยบายและผู้เชี่ยวชาญแลกเปลี่ยนแนวทางรับมือแรงกระทบจากภายนอก เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ตลอดจนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและนักลงทุน ท่ามกลางความท้าทายที่อาจส่งผลต่อทิศทางการค้าและการลงทุนของไทย
ชู AI-การเงินดิจิทัล สร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่
ลลิดา กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจเป็นอีกหัวข้อสำคัญ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบการเงินดิจิทัล และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ จะมีการแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องการเชื่อมโยงการค้าและการเงินในภูมิภาค เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมบทบาทของประเทศไทยในอาเซียนและเศรษฐกิจโลก
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า การมีเวทีหารือเฉพาะด้านเศรษฐกิจไทยร่วมกับ IMF เป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนบทเรียนและแนวทางปฏิรูปกับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ




