รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยข่าวดี ด้านการผลิต ‘รากฟันเทียม’ ผลงานชั้นเยี่ยมของนักวิจัยมูลนิธิทันตนวัตกรรมฯ ซึ่งร่วมกับคณะทันตแพทยศาสตร์ จาก 3 มหาวิทยาลัย คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่า รัฐบาลชื่นชมความสำเร็จครั้งนี้เป็นอย่างมาก ถือเป็นนวัตกรรมจากฝีมือคนไทย ที่จะมาสร้างประโยชน์ให้คนไทย
โดยนวัตกรรมรากฟันเทียม ที่เป็นผลงานวิจัยครั้งนี้ มีชื่อรุ่นว่า PRK ที่ย่อมาจากคำว่า พระรามเก้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงจุดริเริ่มโครงการที่มาจากพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงห่วงใยราษฎร และมีพระประสงค์ให้ผู้สูงอายุได้มีสุขภาพช่องปากที่ดี โดยเฉพาะกับการได้รับรากฟันเทียมอย่างเท่าเทียม
ข้อมูลปัจจุบัน ไทยสามารถผลิตรากฟันเทียมได้ปีละ 1 แสนชิ้น ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 2 ในทวีปเอเชียที่ผลิตรากฟันเทียมที่ได้มาตรฐาน เพื่อใช้งานได้เอง ถัดจากประเทศเกาหลีใต้ โดยส่วนใหญ่จะนำมาใช้กับผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องได้รับการรักษารากฟันเทียมตามสิทธิบัตรทอง ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในระบบบริการสุขภาพ เพราะการใช้รากฟันเทียมที่ผลิตขึ้นได้เอง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้ารากฟันเทียมจากต่างประเทศ ที่มีราคาสูงถึงชิ้นละประมาณ 4-5 หมื่นบาท ที่สำคัญ รากฟันเทียมที่ผลิตได้เองจะมีราคาถูกลงเหลือเพียงชิ้นละประมาณ 3,000 บาทเท่านั้น
“ที่ผ่านมาการรักษารากฟันเทียม จะอยู่ในกลุ่มคนที่มีกำลังจ่าย เพราะราคาค่ารักษาค่อนข้างแพง ซึ่งรากฟันเทียมต้องนำเข้าจากต่างประเทศ การที่ประเทศไทยผลิตรากฟันเทียมสำเร็จ จะช่วยให้การรักษาฟันโดยการใช้รากฟันเทียมเข้าถึงประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุได้มากขึ้น” รัชดา กล่าว
ปัจจุบันรากฟันเทียมฝีมือคนไทยถูกนำไปใช้กับผู้ป่วยแล้วกว่า 5 หมื่นคน หรือคิดเป็นประมาณกว่า 1 แสนชิ้นผ่านโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล ส่งผลให้ผู้สูงอายุที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีสุขภาพที่ดีขึ้น สามารถกินอาหารได้ตามปกติ
โดยนวัตกรรมรากฟันเทียม ที่เป็นผลงานวิจัยครั้งนี้ มีชื่อรุ่นว่า PRK ที่ย่อมาจากคำว่า พระรามเก้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงจุดริเริ่มโครงการที่มาจากพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงห่วงใยราษฎร และมีพระประสงค์ให้ผู้สูงอายุได้มีสุขภาพช่องปากที่ดี โดยเฉพาะกับการได้รับรากฟันเทียมอย่างเท่าเทียม
ข้อมูลปัจจุบัน ไทยสามารถผลิตรากฟันเทียมได้ปีละ 1 แสนชิ้น ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 2 ในทวีปเอเชียที่ผลิตรากฟันเทียมที่ได้มาตรฐาน เพื่อใช้งานได้เอง ถัดจากประเทศเกาหลีใต้ โดยส่วนใหญ่จะนำมาใช้กับผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องได้รับการรักษารากฟันเทียมตามสิทธิบัตรทอง ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในระบบบริการสุขภาพ เพราะการใช้รากฟันเทียมที่ผลิตขึ้นได้เอง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้ารากฟันเทียมจากต่างประเทศ ที่มีราคาสูงถึงชิ้นละประมาณ 4-5 หมื่นบาท ที่สำคัญ รากฟันเทียมที่ผลิตได้เองจะมีราคาถูกลงเหลือเพียงชิ้นละประมาณ 3,000 บาทเท่านั้น
“ที่ผ่านมาการรักษารากฟันเทียม จะอยู่ในกลุ่มคนที่มีกำลังจ่าย เพราะราคาค่ารักษาค่อนข้างแพง ซึ่งรากฟันเทียมต้องนำเข้าจากต่างประเทศ การที่ประเทศไทยผลิตรากฟันเทียมสำเร็จ จะช่วยให้การรักษาฟันโดยการใช้รากฟันเทียมเข้าถึงประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุได้มากขึ้น” รัชดา กล่าว
ปัจจุบันรากฟันเทียมฝีมือคนไทยถูกนำไปใช้กับผู้ป่วยแล้วกว่า 5 หมื่นคน หรือคิดเป็นประมาณกว่า 1 แสนชิ้นผ่านโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล ส่งผลให้ผู้สูงอายุที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีสุขภาพที่ดีขึ้น สามารถกินอาหารได้ตามปกติ




