เจาะลึก 3 ปมร้อน บททดสอบกึ๋น รมว.คมนาคม

20 เม.ย. 2569 - 14:48

  • 3 ประเด็นเร่งด่วนที่รัฐมนตรีต้องเร่ง "สาง" เพื่อรักษาประโยชน์ของผู้บริโภค

  • การจัดการเรื่องร้องเรียน ระบบแทรกกิ้งแบบจริงจัง มาตรการจัดการเรื่องร้องเรียนซ้ำซาก

  • การคุ้มครองผู้บริโภค ประโยชน์ของประชาชน อยู่เหนือ กลุ่มทุนแอปพลิเคชัน

เจาะลึก 3 ปมร้อน บททดสอบกึ๋น รมว.คมนาคม

จับตาการจัดระเบียบบริการแอปเรียกรถ ล้างบางการตลาดเสื่อม

หลังพ้นกำหนดเส้นตายจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน (รย.18) เมื่อ 31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา สังคมกำลังจับตามองว่า กระทรวงคมนาคม จะเดินหน้าอย่างไรต่อ? เพราะลำพังแค่การ "จดทะเบียนให้ถูกกฎหมาย" ดูจะไม่เพียงพอเสียแล้ว เมื่อปัญหาการร้องเรียนยังพุ่งสูง และมีประเด็นฉาวเรื่องการตลาดเข้ามาซ้ำเติม

นี่คือ 3 ประเด็นเร่งด่วนที่รัฐมนตรีต้องเร่ง "สาง" เพื่อรักษาประโยชน์ของผู้บริโภค  การจัดการเรื่องร้องเรียน ต้อง "เร็ว" และ "แรง" ที่ผ่านมา การร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมคนขับ การใช้คนต่างด้าว หรือการคิดราคาเกินจริง มักจบลงที่การ "เปรียบเทียบปรับ" ซึ่งไม่ทำให้ผู้ให้บริการเข็ดหลาบ

ระบบ Tracking จริงจัง รัฐมนตรีต้องสั่งการให้มีระบบเชื่อมโยงข้อมูลการร้องเรียนระหว่างแอปฯ กับกรมการขนส่งทางบกแบบ Real-time ไม่ใช่ปล่อยให้แอปฯ จัดการกันเองภายใน

มาตรการ "ตัดแต้มแพลตฟอร์ม"หากแอปฯ ใดปล่อยให้มีเรื่องร้องเรียนซ้ำซาก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยหรือการใช้คนขับผิดกฎหมาย (ต่างด้าว/เยาวชน) ต้องมีการสะสมคะแนนลบเพื่อใช้พิจารณาสั่งระงับการให้บริการชั่วคราว

การต่ออายุใบอนุญาต ไม่ใช่แค่ ต่ออายุแล้วทำอะไรเดิมๆ

กระแสข่าวการเตรียมต่ออายุใบอนุญาตให้ผู้ให้บริการในเร็วๆ นี้ คือ "ไม้ตาย" สำคัญที่รัฐบาลจะใช้บีบให้ผู้ประกอบการยกระดับมาตราฐานได้

KPI ความปลอดภัย: การต่อใบอนุญาตต้องผูกติดกับสถิติอาชญากรรมและอุบัติเหตุ หากยอดเรื่องร้องเรียนสูงเกินเกณฑ์ หรือระบบคัดกรองประวัติอาชญากรรมล้มเหลว ต้องไม่ต่อใบอนุญาต

การตรวจสอบสิทธิคนขับ: ต้องบังคับให้แอปฯ มีระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition) ที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ

การตลาด "อาหวัง" คอนเทนต์ขยะที่ทำลายสังคม

กรณีคลิปวิดีโอแนว "อาหวัง" ที่ระบาดใน TikTok นำเรื่องการคุกคามทางเพศมาล้อเล่นเพื่อดึงดูดลูกค้าวัยรุ่น ถือเป็นจุดต่ำสุดของการตลาดแอปฯ เรียกรถ

ควรใช้กฎหมายขนส่งบวกคอมพิวเตอร์ รัฐมนตรีต้องประสานกระทรวง DES เพื่อเอาผิดแพลตฟอร์มที่ปล่อยให้มีการทำคอนเทนต์ในลักษณะ "ยุยงให้เกิดการกระทำผิด" หรือ "ขัดต่อศีลธรรมอันดี"

แบนงบการตลาดสีเทา ออกระเบียบข้อบังคับว่าด้วย "จริยธรรมการประชาสัมพันธ์" ของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจรถรับจ้างผ่านแอปฯ หากพบว่าจงใจใช้คอนเทนต์ที่สื่อถึงการคุกคามทางเพศ ให้ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่มีผลต่อสถานะใบอนุญาต

บทสรุปที่สังคมรอคอย

นโยบาย "ความชัดเจน" ที่รัฐมนตรีต้องให้ความชัดเจน คือการพิสูจน์ว่า การคุ้มครองผู้บริโภค ประโยชน์ของประชาชน อยู่เหนือ กลุ่มทุนแอปพลิเคชัน เพราะประชาชนไม่ได้ต้องการแค่แอปฯ ที่เรียกง่าย แต่ต้องการแอปฯ ที่ "ปลอดภัย" และ "ให้เกียรติผู้โดยสาร" หากการต่ออายุใบอนุญาตครั้งนี้ไม่มีเงื่อนไขที่เข้มงวดเพียงพอ ก็เท่ากับว่ารัฐยอมรับให้การคุกคามทางเพศและการละเมิดกฎหมายเป็นเรื่องที่ "ยอมความกันได้" ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล

" ถึงเวลาเลิกเกรงใจทุน แล้วหันมาเกรงใจชีวิตประชาชนได้หรือยัง?"

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์