เจาะลึกดีลร้อน 495 ล้าน  สสว. ส่อเค้าเดือด"ศิลปากร" จี้สอบความโปร่งใส

27 ก.ค. 2569 - 15:25

  • สสว. เลือกใช้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของตัวเอง แทนที่จะใช้ระบบ e-bidding ของกรมบัญชีกลาง

  • มีการระบุเงื่อนไขว่า ผู้เสนอราคาต้องมีระบบแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งได้ "ก่อนวันยื่นข้อเสนอ"

  • ดีล 495 ล้านบาทที่มาจากภาษีประชาชน กำลังถูกท้าทายด้วยคำถามถึงหลักธรรมาภิบาล สสว. จะออกมาชี้แจงข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใส

เจาะลึกดีลร้อน 495 ล้าน  สสว. ส่อเค้าเดือด"ศิลปากร" จี้สอบความโปร่งใส

วงการอุดมศึกษาและแวดวงเอสเอ็มอีถึงกับต้องจับตาดูแบบห้ามกะพริบตา เมื่อโครงการยักษ์ใหญ่ระดับครึ่งพันล้านบาทกำลังถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสขั้นสุด เปลี่ยนจากเวทีแข่งขันทางวิชาการและการจัดการ กลายเป็นสมรภูมิที่มีทั้งการตั้งข้อสังเกตเรื่อง "ล็อกสเปก" ไปจนถึงการใช้ "อิทธิพลมืด" ข่มขู่คนทำงาน

SPACEBAR ได้รับข้อมูลจาก แหล่งข่าวระดับสูง ถึง โครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce ประจำปีงบประมาณ 2569 ของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) งบประมาณสูงถึง 495 ล้านบาท ที่เพิ่งประกาศให้ "มหาวิทยาลัยมหิดล" เป็นผู้ชนะไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

กติกาที่ถูกตั้งคำถามว่า "ล็อก" ไว้ให้ใครหรือไม่?

แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตถึง กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ว่า มีกลิ่นทะแม่งๆ ตั้งแต่การเลือกใช้กติกา โดยพบประเด็นที่น่าสนใจ ตั้งแต่ การเลี่ยงสนามกลาง สสว. เลือกใช้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของตัวเอง แทนที่จะใช้ระบบ e-bidding ของกรมบัญชีกลาง เป็นระบบมาตรฐานที่เปิดกว้างและตรวจสอบได้ง่ายกว่า ทำให้เกิดคำถามเรื่องการเปิดโอกาสให้แข่งขันอย่างเสรี

เงื่อนไขกีดกันคู่แข่ง (TOR)  มีการระบุเงื่อนไขสุดหินว่า ผู้เสนอราคาต้องมีระบบแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งได้ "ก่อนวันยื่นข้อเสนอ" แหล่งข่าวระบุว่า เงื่อนไขนี้เสมือนการตัดตอนหน่วยงานที่มีศักยภาพหลายแห่งทิ้งไปตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มแข่ง

มีการใช้ "ดุลพินิจ" มากกว่า "ตัวเลข" เนื้องานส่วนใหญ่เป็นงานสายประชาสัมพันธ์ จ้างอินฟลูเอนเซอร์ และการตลาด ซึ่งการให้คะแนนต้องพึ่งพาดุลพินิจของกรรมการล้วนๆ แต่กลับไม่มีการเปิดเผยเกณฑ์การให้คะแนนที่ชัดเจน

"ศิลปากร" จี้เปิดคะแนน-เบรกเซ็นสัญญา

เมื่อความคลุมเครือมาถึงขีดสุด ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร (หนึ่งในผู้ยื่นซองประมูล) จึงอยู่เฉยไม่ได้ แหล่งข่าวระบุว่า ทางมหาวิทยาลัยได้ส่งหนังสือ "ด่วนที่สุด" ถึง ผอ.สสว. เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เพื่อขออุทธรณ์ผลการแข่งขัน โดยชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ขนาดใหญ่ 2 ประเด็นหลัก

เกณฑ์การให้คะแนนลอยตัว  สสว. กำหนดเกณฑ์กว้างๆ เช่น หมวด "ประสบการณ์หน่วยงาน" มีน้ำหนักถึง 15% แต่กลับไม่มีการซอยเกณฑ์ย่อยให้ชัดเจน การประเมินโครงการระดับ 495 ล้านบาทด้วยเกณฑ์ที่ไร้ตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรม อาจเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจอย่างไม่เป็นธรรม

ผลคะแนนเป็นความลับ  สสว. ประกาศแค่ชื่อผู้ชนะ แต่ไม่ยอมเปิดเผยคะแนนรวม คะแนนรายหัวข้อ หรือแม้แต่เหตุผลที่หักคะแนน มหาวิทยาลัยศิลปากรจึงเรียกร้องให้ สสว. "เปิดผลคะแนนทั้งหมด" และขอให้ "ชะลอการลงนาม" กับมหาวิทยาลัยมหิดลเอาไว้ก่อนจนกว่าการตรวจสอบจะกระจ่าง

ถึงกับข่มขู่ครอบครัวนักวิชาการ

เรื่องบานปลาย เมื่อมีการสร้างความหวาดผวา ในช่วงที่มีการเตรียมการอุทธรณ์โครงการดังกล่าว ได้เกิดเหตุการณ์คุกคามบุคคลากรของมหาวิทยาลัยศิลปากรอย่างอุกอาจ

ตามบันทึกประจำวันของ สน.ประชาชื่น เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 (รับแจ้งโดย พ.ต.ท.สุรศักดิ์ สังข์แก้ว) ระบุว่า อาจารย์ท่านหนึ่งของ ม.ศิลปากร เป็นผู้รับผิดชอบการยื่นเสนอโครงการนี้ ถูกชายที่ใช้ชื่อสมมุติว่า "นาย ว."โทรศัพท์มาหาเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม โดยชายคนนี้อ้างตัวว่าเป็น "ผู้ช่วยส่วนตัวของผู้บริหารระดับสูงใน สสว."

บทสนทนาในสายนั้นไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อข่มขู่ โดยมีการต่อว่าทางมหาวิทยาลัย และขอให้อาจารย์สาว "ถอนอุทธรณ์" โครงการ 495 ล้านบาทนี้ โดยข่มขู่ไปที่ครอบครัวของบุคลากรท่านนั้น  หลังจากถูกข่มขู่ บุคลากรของมหาวิทยาลัยศิลปากร เข้าแจ้งความทันที เพราะเกรงว่าตนเองและครอบครัวจะได้รับอันตรายถึงชีวิต

ดีล 495 ล้านบาทที่มาจากภาษีประชาชน กำลังถูกท้าทายด้วยคำถามถึงหลักธรรมาภิบาล สสว. จะออกมาชี้แจงข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสอย่างไร? และที่สำคัญที่สุด... "อิทธิพลมืด" ที่กล้าโทรศัพท์ข่มขู่คุกคามถึงชีวิตครอบครัวนักวิชาการ เป็นฝีมือของใครและมีผู้บริหารอยู่เบื้องหลังจริงหรือไม่? เป็นเรื่องที่สังคมต้องร่วมกันติดตามอย่างใกล้ชิด!

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์