อุตสาหกรรมส่งออกสิ่งทออินเดียกำลังเผชิญวิกฤตรุนแรงจากมาตรการภาษีนำเข้า 50% ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อธุรกิจส่งออกสิ่งทอมูลค่า 11 พันล้านดอลลาร์ และสร้างความกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียงานหลายล้านตำแหน่งในอินเดีย
อาร์.เค. ศิวะสุบรามาบัม เจ้าของโรงงาน Raft Garments ในภาคใต้ของอินเดีย เผยว่าเมื่อทรัมป์ได้รับเลือกตั้ง เขาคาดหวังธุรกิจจะเติบโต จึงลงทุนอย่างหนัก แต่ปัจจุบันสถานการณ์กลับตาลปัตร โรงงานที่เคยเต็มไปด้วยเสียงเครื่องจักรเย็บผ้าขณะนี้เงียบลง ชั่วโมงการทำงานถูกลดลง ส่งผลกระทบต่อรายได้พนักงาน
ตริปุระเมืองสิ่งทอใจกลางวิกฤต
เมืองตริปุระในรัฐทมิฬนาฑูที่ได้รับการขนานนามว่า ‘เมืองหลวงเสื้อถัก’ และ ‘เมืองดอลลาร์’ จากรายได้ส่งออก ผลิตเสื้อผ้ามูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ในปีการเงินที่ผ่านมา โดยสองในห้าส่งไปยังสหรัฐอเมริกา
ราเมศ เจบาราจ จากบริษัท Trinity Tex รายงานว่า ออเดอร์จากสหรัฐหยุดลงเกือบทั้งหมด ธุรกิจกับสหรัฐลดลงประมาณ 80% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้วที่เขาผลิตเสื้อผ้า 100,000 ชิ้น ปีนี้มีเพียงหนึ่งในห้าของจำนวนนั้น
ผู้ประกอบการเผชิญการตัดสินใจยาก
อเล็กซานเดอร์ จอห์น จากบริษัท NC John Garments ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ให้ Walt Disney เรียกสถานการณ์นี้ว่า สถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่ธุรกิจใดๆ จะเผชิญได้ เขาถูกบังคับให้ลดกะการทำงานและปลดพนักงาน เนื่องจากออเดอร์จากสหรัฐหยุดลงโดยสิ้นเชิง
เพื่อรอดพ้นจากวิกฤต ผู้ส่งออกหลายรายเลือกยอมรับการลดราคา 20-25% เพื่อรักษาความสำพันธ์กับลูกค้าสหรัฐ แม้จะต้องขาดทุน น.ติรุกกุมารัน เลขาธิการสมาคมผู้ส่งออกติรัปเปอร์ ยอมรับว่าเป็นเพียงวิธีการระยะสั้น
แรงงานและผู้ประกอบการหวั่นใจ
นายกรัฐมนตรีรัฐทมิฬนาฑู เอ็ม.เค. สตาลิน เตือนว่างานกว่า 3 ล้านตำแหน่งในเข็มขัดสิ่งทอของรัฐอาจเสี่ยงสูญหาย ซึ่งเป็นภาพที่น่าวิตกสำหรับประเทศที่กำลังต่อสู้เพื่อสร้างงานที่มีค่าจ้างดีให้คนหนุ่มสาว
การ์ทิก ราชา วัย 38 ปี พนักงานในหน่วยปักที่ปัจจุบันลดกะการทำงาน แสดงความกังวลต่ออนาคต ‘หากงานนี้หายไป ผมไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไป อเมริกาละทิ้งพวกเราไปแล้ว’








