อุตฯ เร่งรับมือพลังงานพุ่ง ประคองผู้ประกอบการฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง
กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งออกมาตรการดูแลภาคการผลิต หลังวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางกดดันราคาพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน เสี่ยงกระทบต้นทุนผู้ประกอบการไทย
ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศปศ.)” เพื่อบูรณาการหน่วยงานติดตามและออกมาตรการบรรเทาผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมประเมินผลกระทบและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายดูแลภาคอุตสาหกรรม
จับตาน้ำมัน-คุมต้นทุนอุตสาหกรรม
ประเด็นสำคัญอยู่ที่การจัดหาน้ำมันให้ภาคอุตสาหกรรม โดยรัฐกำหนดให้กลับมาใช้ระบบค้าส่งตามปกติ หากผู้ประกอบการขาดแคลนสามารถใช้หลักฐานสั่งซื้อย้อนหลัง 2 เดือน เพื่อขอจัดสรรน้ำมันผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดหรือพลังงานจังหวัด
ขณะเดียวกัน ภาครัฐเตรียมบริหารราคาน้ำมันแบบค่อยเป็นค่อยไป หลังมาตรการตรึงราคาดีเซลสิ้นสุด โดยจะปรับขึ้นเป็นขั้นบันไดครั้งละ 0.50-1 บาทต่อลิตร เพื่อลดแรงกระแทกต่อค่าครองชีพและต้นทุนธุรกิจ
สั่ง 3 มาตรการเร่งด่วนพยุงอุตฯ
กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้า 3 แนวทางหลัก ได้แก่
• สำรวจผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ
• รณรงค์ลดใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในโรงงาน
• อำนวยความสะดวกผ่านระบบดิจิทัล เช่น I-Industry, Digital License และ Digital Payment
เร่งปรับตัว-ลดพึ่งพาฟอสซิล
ภาครัฐยังแนะผู้ประกอบการเร่งปรับตัวรับความเสี่ยง ด้วยการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เช่น สินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่อสีเขียว พร้อมกระจายตลาดไปยังภูมิภาคใหม่ เช่น ลาตินอเมริกา แอฟริกา และอินเดีย
ขณะเดียวกัน สนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือก เช่น
• พลังงานชีวมวลจากวัสดุเกษตร
• เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF)
• โซลาร์รูฟท็อปในโรงงาน
เพื่อลดต้นทุนพลังงานและเสริมความมั่นคงในระยะยาว
รับมือเศรษฐกิจผันผวน
ธนกร ย้ำว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมออกมาตรการเพิ่มเติมอย่างทันท่วงที เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก




