ในโลกของสรัพยัพย์ดิจิทัล คริปโต และบล็อกเชน กลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจสูงสุดื นอกจากเป็นสินทรัพย์ที่สร้างกำไรมหาศาล ช่องทางของสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้เกิด รูปแบบ “การฟอกเงิน” ใหม่ที่สามารถปิดบังร่องรอย โดยการโยกย้ายและเปลี่ยนสินทรัพย์คริปโตไปมา ระหว่างบล็อกเชนอย่างรวดเร็ว จาก เงินที่มีที่มาไม่น่าไว้วางใจ เปลี่ยนเป็น บิตคอย ส่งไปผ่าน ที่สะพานเชื่อมบล็อกเชน ที่บางคนเรียกว่า สะพานล่องหน และกลายเป็นเหรียญที่สะอาดปลอดภัย
“ ผู้เชี่ยวชาญ เล่าถึงเส้นทางของการเปลี่ยนแปลง เหรียญ ที่ส่งมาถึงสะพาน จะ ถูกเอาไปเก็บ และล็อก บิตคอยตัวจริงเก็บ เข้าเซฟ ระบบสะพาน ส่งสัญญาณ ข้ามสาย ไปสร้าง เหรียญจำลองตัวใหม่ขึ้นมาแทน เหรียญจำลองตัวใหม่ในสายตาของระบบ จะมองเห็นเป็นเหรียญใหม่ ที่ไม่มีป้ายเตือน ไม่มีประวัติอาชญากรรม”
chain hopping จึงหมายระบบไร้ศูนย์กลาง ไม่มีคนคุมเหรียญที่ถูกสร้างใหม่จะวิ่งไประบบแลกเปลี่ยนไร้ศูนย์กลาง Decentralized Exchanges (DEXs) เพื่อเปลี่ยนเหรียญจำลอง เป็นเงินแล้วกระจายไปเข้าบัญชีม้าแปลงเป็นเงินสดในห่วงโซ่ทั้งหมด
หัวใจทางเทคนิคของ chain hopping คือสะพานข้ามเชน โปรโตคอลที่ช่วยให้ผู้ใช้ย้ายสินทรัพย์ระหว่างบล็อกเชนโดยไม่ต้องผ่านตัวกลางแบบดั้งเดิม วิธีการทำงานพื้นฐานคือการ "ล็อก" สินทรัพย์บนเชนต้นทางและออกโทเคนมูลค่าเทียบเท่าบนเชนปลายทาง
อาชญากร เลือกใช้Chain hopping เพราะลบรอยเท้าได้เกลี้ยง ทำลายเส้นทางการสืบสวน เนื่องจากแต่ละบล็อกเชนมีบัญชีแยกประเภท (Ledger) และประวัติธุรกรรมที่แยกออกจากกัน เครื่องมือตรวจสอบบล็อกเชนทั่วไป จึงไม่สามารถลิงก์ข้อมูลข้ามเชนได้ วิธีนี้ยังหลีกเลี่ยง KYC การใช้สะพานเชื่อมและแพลตฟอร์ม การทำธุรกรรมได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน
ถ้าอยากให้ตามยากมากขึ้นไปอีกก็แค่ เพิ่มความซับซ้อน ด้วยการแลกเปลี่ยนเป็น Stablecoin หรือกระจายเหรียญออกเป็นกระเป๋าย่อย ๆ เพื่อให้ยากต่อการอายัดของเจ้าหน้าที่
รายงานของ Chainalysis ระบุว่า สะพานล่องหน ได้รับเงินจากที่อยู่ผิดกฎหมายประมาณ 743.8 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 เพิ่มขึ้นจาก 312.2 ล้านดอลลาร์จากปี 2022 สะท้อนให้เห็นว่าการใช้สะพานข้ามเชนกำลังกลายเป็นมาตรฐานสำหรับผู้โจมตีคริปโต
chain hopping ยังอาศัยกระดานเทรดกระจายศูนย์และบริการสวอปที่ไม่มีการตรวจสอบตัวตน บริการที่นักฟอกเงินมองหาคือบริการที่ "ไม่ถามอะไรเลย" ส่งเหรียญเข้าไปแล้วออกมาเป็นเหรียญอื่นในไม่กี่ขั้นตอน รูปแบบที่พบบ่อยเช่น การแลก stablecoin ไปเป็นเหรียญความเป็นส่วนตัว แล้วกลับไป stablecoin บนอีกเชนหนึ่ง โดยไม่มีเหตุผลด้านการลงทุนการลงทุนที่ชัดเจน
สะพานล่องหน และ Chain hopping จึงกลายเป็นเส้นทางการเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีประวัติ ของสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถเดินต่อจาก Blockchain ไปสู่ บัตรและกลายเป็นเงินสะอาดที่ติดตามประวัติไม่ได้เลย




