กรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งปราบสินค้าละเมิด เม.ย. 69 ยึดเครื่องสำอางปลอมกว่า 7 แสนชิ้น เสียหายกว่า 50 ล้านบาท
การปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญายังคงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจและการค้า หลังภาครัฐเดินหน้ายกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อสกัดการหมุนเวียนของสินค้าปลอมในตลาด ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อผู้ประกอบการและเจ้าของสิทธิ แต่ยังสร้างความเสี่ยงต่อผู้บริโภคโดยตรง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ เดินหน้ากวาดล้างสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนเมษายน 2569 ผ่านการจัด ‘ชุดระดมกวาดล้าง’ และ ‘ชุดจรยุทธ์’ ลงพื้นที่ตรวจเข้มทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด

อรมน ทรัพย์ทวีรธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมถึงกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีการค้าโลก
รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์จึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยยกระดับการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสกัดกั้นสินค้าละเมิดและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดรายใหญ่ พร้อมยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในระยะยาว
สำหรับผลการปราบปรามในเดือนเมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจค้นย่านการค้า แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และแหล่งกระจายสินค้าในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี กระบี่ และภูเก็ต สามารถตรวจยึดสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าหลากหลายประเภท อาทิ กระเป๋า เสื้อผ้า กางเกง รองเท้า หมวก แว่นตา เข็มขัด และเครื่องประดับ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบโกดังเก็บสินค้าในจังหวัดสมุทรปราการ หลังสืบทราบว่ามีการจำหน่ายเครื่องสำอางปลอมผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเปิดเผย ผลการตรวจค้นพบเครื่องสำอางปลอมละเมิดเครื่องหมายการค้าแบรนด์ดังล็อตใหญ่จำนวนมาก
สถิติการจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในเดือนเมษายน 2569 พบของกลางรวมทั้งสิ้น 709,786 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 50 ล้านบาท และสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 29 คดี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำของกลางพร้อมผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว
อรมนกล่าวเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีบทบาทสำคัญในการสกัดไม่ให้สินค้าผิดกฎหมายเข้าสู่ท้องตลาด และช่วยคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะเครื่องสำอาง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพโดยตรง
ปัจจุบันพบว่าขบวนการผลิตสินค้าปลอมมีความแนบเนียนมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่มีการปลอมทั้งบรรจุภัณฑ์ ฉลากภาษาไทย และเลข อย. จนใกล้เคียงของแท้มาก ทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนและตกเป็นเหยื่อได้ง่าย
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้า โดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์ ควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่เป็นทางการหรือแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ พร้อมตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน ไม่มีร่องรอยผิดปกติ และมีราคาสมเหตุสมผล





