บุณยวีร์ ไขว้พันธุ์ รองอธิบดี รักษาราชการแทน อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า จากเหตุความไม่สงบในอิสราเอล กรมฯ ได้เตรียมการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยที่เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว โดยทันทีที่ถึงประเทศไทยเจ้าหน้าที่จะชี้แจงการรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ
เบื้องต้นแรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ และอยู่ในความคุ้มครองจะมีสิทธิ์รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนฯ กรณีประสบปัญหาต้องเดินทางกลับประเทศไทยเนื่องจากภัยสงคราม รายละ 15,000 บาท อย่างแน่นอน โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดซึ่งอยู่ในภูมิลำเนาของแรงงานจะลงพื้นที่ประสานและติดตามให้แรงงานได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุน ภายใน 3 วัน
ส่วนแรงงานไทยที่ต้องการกลับไปทำงานที่อิสราเอล กรมการจัดหางานได้มีหนังสือถึงสำนักงานประชากรและตรวจคนเข้าเมืองของอิสราเอล (PIBA) เพื่อขอให้พิจารณารับแรงงานไทยกลับเข้าทำงานในรัฐอิสราเอลอีกครั้งหากสถานการณ์คลี่คลายลงซึ่งจะมีการเจรจาต่อรองต่อไป
สำหรับมาตรการดูแลแรงงานไทยที่เดินทางกลับมาถึงประเทศ กรมการจัดหางานจะมีการแ โดยมีทั้งการเตรียมตำแหน่งงานในต่างประเทศ ที่มีรายได้และลักษณะงานใกล้เคียงกับงานในประเทศอิสราเอลให้กับแรงงานไทยที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน ภาคก่อสร้าง, สาธารณรัฐโปรตุเกส คนงานเกษตร, กรีซ คนงานเกษตร, สาธารณรัฐเกาหลี งานปศุสัตว์ และงานภาคเกษตร (วีซ่า E-8) สามารถไปซ้ำได้ และไม่ต้องสอบวัดระดับภาษาเกาหลี
ในส่วนของแรงงานไทยที่ไม่ประสงค์เดินทางไปทำงานต่างประเทศ ได้เตรียมตำแหน่งงานว่างจากทั่วประเทศ จำนวน 63,296 อัตราไว้รองรับ โดยตำแหน่งงานว่าง 5 อันดับแรก คือ
- แรงงานบรรจุผลิตภัณฑ์
- พนักงานขายของหน้าร้าน
- เจ้าหน้าที่สำนักงาน
- เจ้าหน้าที่คลังสินค้า
- ผู้ขับรถรับจ้าง
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดยังลงพื้นที่ส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ การรับงานไปทำงานที่บ้าน และแนะนำแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมายจากกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้านซึ่งมีดอกเบี้ยต่ำให้กับแรงงานไทยที่ไม่ต้องการทำงานประจำหรือต้องการเริ่มต้นกิจการของตนเอง
ข่าวน่าสนใจ
เปิด 4 แนวทาง ช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล




