การส่งผ่านเทคโนโลยีและดิจิทัล มีบทบาทสำคัญกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนอย่างหนักหน่วงในช่วง 2-3ปีที่ผ่านมา แถม ‘เด่นชัด’ ยิ่งขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด ‘ตัวการ’ หลักที่ทำให้การใช้ชีวิตของใครหลายคนต้องพึ่งพาเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันมากขึ้น
โดยเฉพาะการนำ เอไอ (AI: Artificial Intelligence) เข้ามามีส่วนหนึ่งของอาวุธการทำตลาดแบรนด์สินค้าในปัจจุบันที่เรียกว่าเทคโนโลยีการตลาด ‘มาร์ เทค’ (Marketing Technology)
insiderintelligence อ้างถึง Scott Brinker ผู้เผยแพร่บทความใน Chiefmartec.com และในฐานะรองประธานด้านระบบนิเวศแพลตฟอร์ม HubSpot กล่าวในงานสัมมนาออนไลน์ผ่านเว็บ พร้อมระบุ แนวโน้ม (Trends) 5 ประการ สำหรับ ‘มาร์เทค’ที่จะเกิดขึ้นในปี 2023
Brinker กล่าวว่า “AI ไม่ได้เป็นเครื่องมือเข้ามาเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตเนื้อหาทั้ง 100% แต่เป็นเรื่องของการให้ ‘อำนาจพิเศษ’แก่นักการตลาด โดยเฉพาะนักการตลาดเนื้อหา ในการใช้ประโยชน์จาก AI ตลอดขั้นตอนผลิตเนื้อหาทุกอย่าง ตั้งแต่บล็อกโพสต์ ไปจนถึงเนื้อหาเฉพาะทางทุกประเภท”
รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนเนื้อหาในแบบเฉพาะของคุณ ซึ่งจะถูก Boost ให้เห็นมากขึ้น ด้วยเช่นกัน
Brinker กล่าวว่า “สิ่งนี้ไม่ใช่แค่พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเชิงสถิติ แต่กำลังจะเป็นส่วนประกอบในการปฏิสัมพันธ์บนชุดข้อมูลที่เรียงทับซ้อนกันของเรา”
แม้แต่เครื่องมือซอฟต์แวร์เฉพาะ ก็มีคลังแอปที่เชื่อมต่อกับบริการของพวกเขา และเมื่อสิ่งเหล่านี้เติบโตขึ้น ก็จะมาพร้อมประโยชน์ในด้านต่างๆ
Brinker กล่าวว่า “สิ่งเหล่านี้ ทำให้อำนาจมากมายอยู่ในมือของปัจเจกบุคคล และยังมีโอกาสอีกมากที่จะจะยกระดับประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กรดิจิทัลสมัยใหม่” พร้อมยกตัวอย่าง อีกว่า
ข้อมูลจาก Bizrate Insights แสดงให้เห็นว่า ทำไมเราถึงสนใจ: แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่การใช้จ่ายด้านมาร์เทคจะยังคงเติบโตต่อไป
โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2567 การใช้จ่ายด้านมาร์เทค ในรูปแบบ ธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) จะอยู่ที่ 8.51 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่การใช้จ่ายด้านมาร์เทคของธุรกิจต่อผู้บริโภค (B2C) จะอยู่ที่ราวๆ 18.60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการลงทุนใน martech Stack นั้นมีความสำคัญ และปัจจัยต่างๆ เช่น การรวมศูนย์ข้อมูลและการผสานรวม
ทั้งนี้ Brinker ทิ้งท้ายว่า “เหล่านี้จะเป็นสิ่งที่นักการตลาดให้ความสำคัญ และในขณะเดียวกัน
ความก้าวหน้าของเครื่องมือ AI กำลังถูกนำมาใช้ในเชิงสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น ผ่านการแนะนำของ
ลูกค้าต่างๆเอง ที่อาจจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมเครื่องมือเหล่านี้ในปี 2566
โดยเฉพาะการนำ เอไอ (AI: Artificial Intelligence) เข้ามามีส่วนหนึ่งของอาวุธการทำตลาดแบรนด์สินค้าในปัจจุบันที่เรียกว่าเทคโนโลยีการตลาด ‘มาร์ เทค’ (Marketing Technology)
insiderintelligence อ้างถึง Scott Brinker ผู้เผยแพร่บทความใน Chiefmartec.com และในฐานะรองประธานด้านระบบนิเวศแพลตฟอร์ม HubSpot กล่าวในงานสัมมนาออนไลน์ผ่านเว็บ พร้อมระบุ แนวโน้ม (Trends) 5 ประการ สำหรับ ‘มาร์เทค’ที่จะเกิดขึ้นในปี 2023
1. Generative AI จะเป็นกระแสหลัก
Chat GPT ของ OpenAI (AI chatbot ปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสื่อสารผ่านข้อความกับมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ พัฒนาขึ้นโดยบริษัท OpenAI) คาดว่าจะได้รับความสนใจมากที่สุดBrinker กล่าวว่า “AI ไม่ได้เป็นเครื่องมือเข้ามาเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตเนื้อหาทั้ง 100% แต่เป็นเรื่องของการให้ ‘อำนาจพิเศษ’แก่นักการตลาด โดยเฉพาะนักการตลาดเนื้อหา ในการใช้ประโยชน์จาก AI ตลอดขั้นตอนผลิตเนื้อหาทุกอย่าง ตั้งแต่บล็อกโพสต์ ไปจนถึงเนื้อหาเฉพาะทางทุกประเภท”
รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนเนื้อหาในแบบเฉพาะของคุณ ซึ่งจะถูก Boost ให้เห็นมากขึ้น ด้วยเช่นกัน
2. นักการตลาด จะเปิดใช้งานคลังข้อมูลบนคลาวด์
ด้วยกลยุทธ์ข้อมูลแบบครบวงจร ถือเป็นเป้าหมายของนักการตลาดมานานหลายปี โดยมี เทคโนโลยีต่างๆ อย่างเช่น แพลตฟอร์มข้อมูลลูกค้า (CDP) เข้ามาช่วย แต่อันที่จริงแล้ว นั่นคือคลังข้อมูลบนคลาวด์ (cloud data warehouses) ซึ่งถือเป็น ‘การเปลี่ยนแปลง’ ที่ช่วยให้ทีมเข้าจัดเก็บพร้อมวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆได้ทั้งหมดBrinker กล่าวว่า “สิ่งนี้ไม่ใช่แค่พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเชิงสถิติ แต่กำลังจะเป็นส่วนประกอบในการปฏิสัมพันธ์บนชุดข้อมูลที่เรียงทับซ้อนกันของเรา”
3. ระบบนิเวศและชุมชน จะเบ่งบาน
Brinker กล่าวต่อไปถึง การพัฒนาระบบนิเวศของแอปพลิเคชัน ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหลัก มาก่อนหน้าระยะหนึ่งแล้ว โดยแพลตฟอร์มที่โดดเด่นอย่าง Adobe, Salesforce และ HubSpot จะมีระบบนิเวศของแอปขนาดใหญ่มากแม้แต่เครื่องมือซอฟต์แวร์เฉพาะ ก็มีคลังแอปที่เชื่อมต่อกับบริการของพวกเขา และเมื่อสิ่งเหล่านี้เติบโตขึ้น ก็จะมาพร้อมประโยชน์ในด้านต่างๆ
- เครื่องมือซอฟต์แวร์เหล่านี้ จะช่วยให้ทีมก้าวไปข้างหน้าได้ไกลกว่า ด้วยวิธีคิดและโฟกัสไปที่การเพิ่มฟังก์ชัน การทำงานผ่านระบบนิเวศระหว่างพันธมิตร
- เนื่องจากระบบนิเวศ ส่วนใหญ่ถูกล้อมรอบด้วยเครื่องมือการตลาดเทคโนโลยี ที่จะทำให้ความสามารถในการปรับแต่งบริการต่างๆของคุณ เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
- รวมไปถึง ความสามารถในการป้อนข้อมูลจากบุคคลภายนอก ที่จะมาจากความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายต่างๆ ก็จะเปิดโอกาสอีกมากในด้านการตลาด และ มาร์เทค ในปี2023
4. ผู้สร้างโดยไม่ใช้โค้ดภายในองค์กร ขยายตัวเพิ่ม
เครื่องมือที่ไม่ต้องใช้โค้ด เช่น Airtable, Bubble และอื่นๆ จะช่วยให้นักการตลาดมีเครื่องมือในการสร้างแอป ประสบการณ์ ฯลฯ ได้โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมBrinker กล่าวว่า “สิ่งเหล่านี้ ทำให้อำนาจมากมายอยู่ในมือของปัจเจกบุคคล และยังมีโอกาสอีกมากที่จะจะยกระดับประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กรดิจิทัลสมัยใหม่” พร้อมยกตัวอย่าง อีกว่า
- เครื่องมือ AI เป็นแพลตฟอร์มที่ไม่จำเป็นต้องใช้โค้ด ในการประมวลผลของเภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- ในอนาคต ระบบอัตโนมัติในอาคารอาจไม่ใช่หน้าที่หลักของฝ่ายไอทีอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการปฏิบัติการของธุรกิจ ที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องมากกว่า
- “ทั้งหมดนี้ คือ แนวคิดในการส่งเสริมให้ผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญ สามารถให้บริการตนเองได้มากขึ้นเป็นไปตามความต้องการด้านต่างๆของพวกเขา” Brinker ย้ำ
5. metaverse จะยังเป็นการทดลอง (แต่ AR และ VR มาแล้ว)
ในปี (2022) นี้ เริ่มต้นด้วยความฮือฮาอย่างมากเกี่ยวกับ Web3 และ metaverse แต่เมื่อพูดถึงการสร้างผลกระทบต่อกลยุทธ์ทางการตลาด Brinker กล่าวว่า "เรายังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่เมื่อดูวิวัฒนาการของเทคโนโลยีความจริงเสมือน (VR) และเทคโนโลยีความจริงเสริม (AR) กลับพบว่า สิ่งเหล่านี้มีแนวโน้มดีขึ้นทุกปีต่อเนื่อง และคาดว่าจะยังมีนวัตกรรมอีกมากที่เกี่ยวข้องในด้านนี้เพิ่มขึ้นอีกในอนาคต”นี่คือสิ่งที่เราได้เห็น:
- Snapchat ให้ความสำคัญกับ AR เป็นอย่างมากในฐานะตัวสร้างความแตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นๆ รวมถึงแคมเปญล่าสุดสำหรับฟุตบอลโลกและภาพยนตร์เรื่อง "Avatar" ล่าสุด
- การรับเทคโนโลยีมาใช้งานยังมีอนาคต ด้วยพบสัดส่วนผู้ใช้งานะดับผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ มีราว 13% เท่านั้น ที่มี AR หรือ VR ในการช้อปปิ้ง
ข้อมูลจาก Bizrate Insights แสดงให้เห็นว่า ทำไมเราถึงสนใจ: แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่การใช้จ่ายด้านมาร์เทคจะยังคงเติบโตต่อไป
โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2567 การใช้จ่ายด้านมาร์เทค ในรูปแบบ ธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) จะอยู่ที่ 8.51 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่การใช้จ่ายด้านมาร์เทคของธุรกิจต่อผู้บริโภค (B2C) จะอยู่ที่ราวๆ 18.60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการลงทุนใน martech Stack นั้นมีความสำคัญ และปัจจัยต่างๆ เช่น การรวมศูนย์ข้อมูลและการผสานรวม
ทั้งนี้ Brinker ทิ้งท้ายว่า “เหล่านี้จะเป็นสิ่งที่นักการตลาดให้ความสำคัญ และในขณะเดียวกัน
ความก้าวหน้าของเครื่องมือ AI กำลังถูกนำมาใช้ในเชิงสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น ผ่านการแนะนำของ
ลูกค้าต่างๆเอง ที่อาจจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมเครื่องมือเหล่านี้ในปี 2566



