ญี่ปุ่นพบแร่หายากใต้ทะเลลึก 6,000 เมตร หวังลดพึ่งพาจีน เสริมความมั่นคงห่วงโซ่อุปทาน

2 ก.พ. 2569 - 11:00

  • ญี่ปุ่นสำเร็จเก็บตัวอย่างโลหะหายากจากท้องทะเลลึก 6,000 เมตร เป็นครั้งแรกของโลก

  • พื้นที่รอบเกาะมินามิโทริชิมะมีสำรองโลหะหายากกว่า 16 ล้านตัน ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

  • มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าโลหะหายากจากจีนที่ครองตลาดโลกเกือบ 70%

ญี่ปุ่นพบแร่หายากใต้ทะเลลึก 6,000 เมตร หวังลดพึ่งพาจีน เสริมความมั่นคงห่วงโซ่อุปทาน

โตเกียว (AFP) – รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ภารกิจทดสอบเจาะสำรวจใต้ทะเลลึกของญี่ปุ่นสามารถเก็บตัวอย่างตะกอนที่มี แร่หายาก (Rare Earths) ได้จากความลึกถึง 6,000 เมตร นับเป็นความพยายามครั้งแรกของโลกในการเข้าถึงแร่หายากในระดับความลึกดังกล่าว ท่ามกลางความพยายามของโตเกียวในการลดการพึ่งพาจีน ซึ่งเป็นผู้ครองตลาดแร่หายากของโลก

นาย เคอิ ซาโตะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์รายละเอียดของตัวอย่าง รวมถึงปริมาณแร่หายากที่แท้จริง พร้อมระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็น “ก้าวสำคัญทั้งในมิติของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาทางทะเลแบบองค์รวม”


เรือ Chikyu เจาะลึกสู่ทรัพยากรยุทธศาสตร์

ตัวอย่างดังกล่าวถูกเก็บโดยเรือเจาะสำรวจทางวิทยาศาสตร์ใต้ทะเลลึกชื่อ Chikyu ซึ่งออกเดินทางเมื่อเดือนที่ผ่านมาไปยังเกาะห่างไกล มินามิ โทริชิมะ (Minami Torishima) ในมหาสมุทรแปซิฟิก พื้นที่ซึ่งเชื่อกันว่ามีแหล่งแร่มีค่าปริมาณมหาศาลอยู่ใต้ทะเล และอยู่ภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น

รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า ภารกิจนี้ถือเป็น ครั้งแรกของโลก ที่มีการทดลองเข้าถึงแร่หายากในระดับความลึกกว่า 6,000 เมตร

การเมืองโลก–แรงกดดันจากจีน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นและจีน หลังจีนเพิ่มแรงกดดันต่อโตเกียว จากกรณีที่นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ เคยส่งสัญญาณเมื่อเดือนพฤศจิกายนว่า ญี่ปุ่นอาจตอบโต้ทางทหาร หากไต้หวันถูกโจมตี

ปัจจุบัน จีนได้จำกัดการส่งออกสินค้า “ใช้ได้สองทาง” (dual-use) ที่อาจมีการใช้งานทางทหารไปยังญี่ปุ่น ซึ่งสร้างความกังวลว่าจีนอาจใช้ แร่หายากเป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากแร่บางชนิดถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าควบคุมดังกล่าว

แร่หายาก หัวใจอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

แร่หายาก ซึ่งประกอบด้วยโลหะ 17 ชนิดที่สกัดได้ยาก ถูกใช้ในอุตสาหกรรมสำคัญ ตั้งแต่ รถยนต์ไฟฟ้า ฮาร์ดดิสก์ กังหันลม ไปจนถึงอาวุธนำวิถี

สำนักข่าว Nikkei รายงานว่า บริเวณรอบเกาะมินามิ โทริชิมะ อาจมีแร่หายากมากกว่า 16 ล้านตัน ซึ่งนับเป็นแหล่งสำรองใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก โดยคาดว่ามี
ดิสโพรเซียม เพียงพอใช้งานได้นานถึง 730 ปี (ใช้ในแม่เหล็กกำลังสูงสำหรับสมาร์ตโฟนและรถ EV)
อิตเทรียม เพียงพอใช้งานได้ถึง 780 ปี (ใช้ในเลเซอร์)

ลดเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน

นาย ทากาฮิโระ คามิสึนะ นักวิจัยจากสถาบัน IISS ให้ความเห็นว่า หากญี่ปุ่นสามารถสกัดแร่หายากจากพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมหลัก และเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยลดการพึ่งพาจีนได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า จีนครองสัดส่วนเกือบ 2 ใน 3 ของการทำเหมืองแร่หายากทั่วโลก และมากถึง 92% ของการผลิตแร่หายากที่ผ่านการแปรรูป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์