ของมือสองญี่ปุ่นบุกตลาดเอเชีย กระแสเศรษฐกิจหมุนเวียนพุ่งไม่หยุด
ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวในย่านนนทบุรี กรุงเทพมหานคร เสียงนกหวีดดังขึ้นพร้อมกับฝูงชนที่แห่กันเข้าสู่โกดังสินค้าป้ายใหญ่เขียนว่า "Japanese Second-Hand Store" ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมสินค้ามือสองจากญี่ปุ่นที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยผู้บริโภคในหลายประเทศต่างมองว่าสินค้าเหล่านี้มีคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้
จากโตเกียวสู่กรุงเทพฯ ห่วงโซ่ของมือสองข้ามพรมแดน
ลูกปู สถิตพันธ์ยาพร วัย 36 ปี เจ้าของร้านขายพวงกุญแจของเล่นทางเฟซบุ๊กกล่าวว่า "สิ่งที่คนญี่ปุ่นมองว่าเป็นขยะ ยังคงมีประโยชน์ในไทย" ขณะที่ภายในโกดังมีทั้งกระเป๋า จักรยาน กระดานโต้คลื่น กระเป๋าเดินทาง ของเล่นสีสันสดใสรวมถึงฟิกเกอร์กันดั้มชื่อดัง ชามเซรามิก และแม้กระทั่งร่มมือสอง
ที่งานประมูลใกล้กรุงโตเกียว กังยาพัต ยูสะหนอง พ่อค้าชาวไทยวัย 35 ปี ทุ่มเงิน 340,000 เยน หรือราว 2,100 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อตุ๊กตาสตัฟฟ์น้ำหนัก 100 กิโลกรัม พร้อมกระเป๋าและของเล่นอื่น ๆ เพื่อนำไปขายในไทย
ธุรกิจใหญ่ขยายปีกทั่วภูมิภาค
บริษัท Treasure Factory จากโตเกียวขยายสาขาในไทยแล้ว 6 แห่ง และในไต้หวันอีก 3 แห่ง ขณะที่ Bookoff ผู้นำอุตสาหกรรมสินค้ามือสอง จับมือกับ FamilyMart เปิดรับฝากของที่ไม่ต้องการในร้านสะดวกซื้อทั่วญี่ปุ่น ก่อนส่งออกไปยังสาขา 26 แห่งในมาเลเซียและคาซัคสถาน
มาซาชิ มัตสึยามะ จากบริษัท Iโตชู คอร์ปอเรชัน ซึ่งเป็นเจ้าของเครือ FamilyMart ระบุว่าการตระหนักถึงการบริโภคอย่างมีจริยธรรมและภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น กำลังผลักดันให้ผู้คนหันมาเลือกซื้อสินค้ารีไซเคิลในราคาที่สมเหตุสมผล
ลดขยะ แต่ยังมีงานต้องทำ
แม้กระแสเศรษฐกิจหมุนเวียนจะเติบโต แต่ Circle Economy Foundation องค์กรวิจัยจากอัมสเตอร์ดามระบุในรายงานปี 2024 ว่าระดับการหมุนเวียนทรัพยากรทั่วโลกยังคงลดลง โดยเฉพาะในญี่ปุ่น ซึ่งเสื้อผ้าใหม่ราว 70 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด 820,000 ตันที่ผู้บริโภคซื้อต่อปี สุดท้ายถูกเผาทำลาย
ยูทากะ โอกุจิ นักวิจัยจากสถาบัน NLI Research Institute มองว่าโครงการนำร่องของ Bookoff และ FamilyMart "มีความสำคัญอย่างยิ่ง" พร้อมเสริมว่า "หากต้องการให้คนส่วนใหญ่มีส่วนร่วม จำเป็นต้องลดอุปสรรคให้น้อยที่สุด"








