“พี่ต่อ Jito” กับประเด็น “ศรัทธา–ปัญญา–พุทธแท้” ที่ไม่ใช่แค่เรื่องศาสนา แต่โยงถึงประวัติศาสตร์ อำนาจ และวิธีคิดของสังคมในปัจจุบัน

24 มี.ค. 2569 - 13:40

  • คำว่า "พุทธแท้" ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ — แต่ถูกสร้างผ่านโครงสร้างอำนาจและประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในยุครัชกาลที่ 4 ที่ตั้งธรรมยุติกนิกายเพื่อตอบโจทย์โลกตะวันตก

  • พระไตรปิฎกถูกจารึกหลังพุทธปรินิพพาน 400 ปี — คำสอนผ่านการบอกเล่า การแปล และการตีความมาหลายยุค การค้นหา "ต้นฉบับ" จึงซับซ้อนกว่าที่คิด

  • ศรัทธาของคนรุ่นใหม่ไม่ได้หายไป — แต่ถูกบดบังโดยการตั้งคำถามผิดรูป ภายใต้ชุดความคิดที่ถูกปลูกฝังมาผ่านการศึกษาและอำนาจรัฐ

“พี่ต่อ Jito” กับประเด็น “ศรัทธา–ปัญญา–พุทธแท้” ที่ไม่ใช่แค่เรื่องศาสนา แต่โยงถึงประวัติศาสตร์ อำนาจ และวิธีคิดของสังคมในปัจจุบัน

ท่ามกลางบรรยากาศของเวทีธรรมบรรยายเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ปีที่ 30 โดยพุทธปัญญาชมรม บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ที่เปิดพื้นที่ให้ธรรมะเข้ามาอยู่ใกล้ผู้คนในชีวิตประจำวัน ในครั้งนี้มีสีสันความสนุกและน่าติดตามเป็นพิเศษ เมื่อจิตรพันธุ์ หัชชะวณิช นักวิชาการอิสระที่เป็นที่รู้จักในนาม พี่ต่อ Jito หยิบยกประเด็นชวนขบคิดผ่านหัวข้อ “หากก้าวสุดท้ายไม่ใช่ปัญญา อาจเป็นศรัทธาที่พาไปสู่นิพพาน” โดยคณะผู้บริหาร พนักงาน และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมฟังอย่างคึกคัก พร้อมถ่ายทอดสดผ่านเพจ Facebook CP ALL จาก ชั้น 1 อาคาร ธาราสาทร ถนนสาทรใต้

"ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงไม่ศรัทธาพุทธ? พี่ต่อ Jito ชี้ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ 'คน' แต่อยู่ที่ 'คำถาม'

จิตรพันธุ์ได้เปิดด้วยคำถามว่า “ทำไมคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา” คำถามแรก คนรุ่นใหม่ตั้งคำถามอะไรกับพุทธศาสนา — และนี่อาจเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในเวลานี้ คนจำนวนมากตั้งคำถามว่า อะไรคือพุทธแท้ อะไรคือพุทธเทียม คำถามนี้เอง กลายเป็นจุดที่ทำให้ความศรัทธาค่อย ๆ ลดลง คำถามสำคัญคือ ทำไมการตั้งคำถามเช่นนี้จึงนำไปสู่การลดลงของศรัทธา และลดลงอย่างไร

หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระธรรมคำสอนมิได้ถูกจารึกเป็นลายลักษณ์อักษรทันที แต่ถ่ายทอดกันด้วยมุขปาฐะต่อเนื่องมา จนกระทั่งประมาณ 400 ปี หลังจากนั้น จึงมีการจารึกพระไตรปิฎกเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกที่ศรีลังกา

พี่ต่อ Jito ได้ยกตัวอย่าง ให้ลองนึกถึงเกม โทรศัพท์เสีย (Telephone Game) ให้คน 5 คนยืนเรียงกัน แล้วกระซิบคีย์เวิร์ดต่อกันทีละคนสมมติเริ่มต้นด้วยหลักธรรมว่า อินทรีย์ 5 ได้แก่ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา เพียงไม่กี่นาที เมื่อถึงคนสุดท้าย เนื้อหาอาจเพี้ยนไปแล้ว ถ้าเพียง 5 นาที ข้อความยังคลาดเคลื่อนได้แล้วหลักธรรมของพระพุทธเจ้าที่ใช้เวลาถ่ายทอดถึง 400 ปี กว่าจะถูกจารึกเป็นลายลักษณ์อักษร จะมีความเปลี่ยนแปลงระหว่างทางบ้างหรือไม่ — ประเด็นนี้จึงควรถูกฝากไว้ให้คิด

ดังนั้น เมื่อคนรุ่นใหม่ตั้งคำถามว่า อะไรคือพุทธแท้ แล้วนำไปสู่การหมดศรัทธาโดยสิ้นเชิง คำถามคือ สิ่งนั้นสมควรหรือไม่ พระไตรปิฎกถูกเขียนด้วย ภาษาบาลี ซึ่งเป็นภาษากลางสำหรับการสื่อสารทางพระพุทธศาสนา แต่ไม่ใช่ภาษาที่พระพุทธเจ้าตรัสโดยตรง และภาษาบาลีไม่ใช่ภาษาแม่ของเรา กระบวนการถ่ายทอดย่อมมีทั้งเรื่องของการแปล เรื่องของเวลา และอาจมีการสอดแทรกความคิดของผู้คนในแต่ละยุคสมัยเข้าไปด้วย

ในพระไตรปิฎก ส่วนที่เชื่อกันว่าเก่าแก่ที่สุดคือ อัฏฐกวรรค ในสุตตันตปิฎก ซึ่งสอนเรื่องทิฏฐิ โดยชี้ให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว การแบ่งว่าอะไรคือ สัมมาทิฏฐิ หรือ มิจฉาทิฏฐิ อาจไม่ใช่สาระแรกเริ่มที่สุดของพุทธศาสนา เพราะการเข้าถึงพุทธศาสนาในระยะแรกคือการละทิฏฐิทั้งปวง

ในสมัยพุทธกาล มีเจ้าลัทธิหรือเดียรถีย์ 6 สำนัก รายล้อมอยู่ท่ามกลางบริบทความคิดจำนวนมาก เดิมทีการแบ่งเขาแบ่งเราอาจยังไม่ชัดเจน แต่ต่อมาทิฏฐิถูกทำให้กลายเป็นเส้นแบ่งว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรคือสัมมา อะไรคือมิจฉา

พุทธศาสนาอาจไม่เหมือนต้นไม้ ที่จับกิ่งบนสุดแล้วลากลงมาจะเจอรากเดียวกัน แต่อาจเหมือน แม่น้ำ ที่เป็นสายน้ำไหลแยกออกไปตามพื้นที่ต่าง ๆ เมื่อเราตักน้ำขึ้นมา น้ำก็คือน้ำ เราไม่อาจแยกได้อย่างเด็ดขาดว่าน้ำนี้มาจากต้นน้ำสายใด เพราะฉะนั้น คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า อะไรคือพุทธแท้ แต่อาจเป็นว่า เราควรถามอย่างไร จึงจะเกิดประโยชน์มากกว่า

jito-cpall-7eleven-SPACEBAR-Photo02.jpg
jito-cpall-7eleven-SPACEBAR-Photo01.jpg

รัฐสร้าง "พุทธแท้" หรือเปล่า?

เมื่อสังคมพูดว่า อะไรคือพุทธแท้ คำนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่เกิดจากโครงสร้างอำนาจที่กำหนดว่าอะไรคือพุทธที่ถูกต้อง ดังนั้น พุทธแท้ในความคิดของคนจำนวนมาก จึงอาจเป็นภาพของพุทธศาสนาที่รัฐสร้างขึ้นในหัวของเรา จุดเปลี่ยนสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในช่วงนั้น สยามเผชิญแรงกดดันจากตะวันตก มีมิชชันนารีเข้ามาเผยแพร่ศาสนา และชาติตะวันตกพยายามตั้งคำถามกับชาวพุทธว่า สิ่งที่ทำอยู่ เช่น การบูชา การทรงเจ้า การใช้เวทมนตร์ ไม่มีพื้นฐานทางเหตุผล ภายใต้บริบทนี้ รัชกาลที่ 4 ทรงเห็นว่าพุทธศาสนาไทยมีความผสมผสานสูง จึงเกิดการจัดระเบียบใหม่ผ่านการตั้ง คณะธรรมยุติกนิกาย คำว่า “ยุต” มีความหมายถึงการยึดมั่นหรือผูกอยู่กับธรรมะ แนวทางนี้พยายามลดเรื่องความเชื่อ เวทมนตร์ ไสยศาสตร์ ภพภูมิ ปาฏิหาริย์ และสิ่งที่ถูกมองว่าไม่สอดคล้องกับเหตุผล รวมถึงความไม่เชื่อในชาดกบางส่วน

ผลที่เกิดขึ้นคือ ภาพของพุทธศาสนาสมัยใหม่ถูกทำให้สัมพันธ์กับเหตุผลมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ก็ทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากใช้ ปัญญา เป็นเครื่องมือหลักในการมองศาสนาขณะที่ ศรัทธา ค่อย ๆ ถูกลดความสำคัญลง เมื่อพุทธศาสนาถูกอธิบายให้ต้องตอบแบบวิทยาศาสตร์ ต้องพูดให้ได้แบบนักคิดสมัยใหม่ เช่น Albert Einstein ความเชื่อดั้งเดิมจำนวนมากจึงถูกตั้งคำถามหนักขึ้น

คนรุ่นใหม่มองศาสนาด้วยเลนส์แบบใหม่ ซึ่งไม่ได้ปฏิเสธพุทธศาสนาโดยตรง แต่กำลังมองผ่านเลนส์ของพุทธศาสนาสมัยใหม่ที่ผ่านการจัดรูปโดยรัฐ การศึกษา และโลกสมัยใหม่เมื่อใช้เลนส์นี้มอง ก็เกิดคำถามว่าเหตุใดศาสนาจึงมีพิธีกรรม เหตุใดมีความเชื่อสะสมบุญ เหตุใดมีการผสมผสานกับวัฒนธรรมอื่น จึงนำไปสู่ความรู้สึกว่า ศรัทธากำลังหายไป ทั้งที่จริงแล้ว ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับการเมือง ทิฏฐิ และประวัติศาสตร์ของความรู้

ภาพพระพุทธเจ้าที่ถูกปรับเปลี่ยนไปตามยุคพระพุทธเจ้าที่คนยุคใหม่คุ้นเคย มักถูกอธิบายว่าเป็นศาสดาที่ไม่ใช่พระเจ้า เป็นมนุษย์จริง และสอนด้วยเหตุผล แต่ในภาพของพุทธศาสนายุคแรก พระพุทธเจ้ามีองค์ประกอบเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ มีเรื่องชาติภพ มีเรื่อง 500 ชาติ และเรื่องเหนือธรรมชาติอยู่มาก สิ่งเหล่านี้จำนวนหนึ่งถูกลดบทบาทลงภายหลัง ภายใต้อิทธิพลความคิดตะวันตก

คำถามที่ถูกผิดรูป

พี่ต่อได้สรุปว่า สุดท้ายแล้ว ศรัทธาที่ลดลง อาจไม่ได้เกิดจากคนไม่ศรัทธา แต่อาจเกิดจาก การตั้งคำถามที่ผิดรูปผิดรอย เรากำลังย้อนกลับไปถามหาพุทธดั้งเดิม ทั้งที่คำสอนถูกจารึกหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพานถึง 400 ปี ในสมัยรัชกาลที่ 4 พุทธศาสนาก็เผชิญแรงกดดันจากตะวันตก จนเกิดการสร้างธรรมยุติกนิกายขึ้น และมีการใช้อำนาจในการสร้างความรู้ ผู้ที่เติบโตผ่านระบบเหล่านี้ จึงมองเห็นพุทธศาสนาในฐานะสิ่งที่ผ่านการคัดเลือก ตีความ และผสมผสานทางวัฒนธรรมมาแล้ว ดังนั้น คนรุ่นใหม่ที่ดูเหมือนขาดศรัทธา อาจไม่ได้ไร้ศรัทธาโดยตัวมันเอง แต่อยู่ภายใต้ชุดความคิดที่ถูกปลูกฝังมาผ่านกลไกของอำนาจ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า ทำไมเขาไม่มีศรัทธา แต่คือ เราจะทำอย่างไรให้เขาเห็นว่า ความคิดของเขาถูกสร้างขึ้นมาด้วยกลไกใด และจะทำอย่างไรให้ศรัทธากลับมาโดยไม่ปิดกั้นคำถาม

jito-cpall-7eleven-SPACEBAR-Photo03.jpg

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมปฏิบัติธรรมและรับฟังธรรมะดีๆ ในโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” เป็นประจำทุกวันศุกร์ เวลา 12.00 – 13.30 น. ผ่านช่องทาง Facebook Live CP ALL หรือรับชมคลิปย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/cpall7/ และสามารถติดตามฟังธรรมะสบายๆ ผ่านช่องทาง Youtube: ADM7100 และ Tiktok: thrrma_tiktok

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์