JKN ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้ฟ้อง 4.17 ล้าน

1 ก.ย. 2569 - 13:38

  • ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด JKN หลังเจ้าหนี้ 5 รายยื่นฟ้องเมื่อ 24 มิ.ย. 2569 ทุนทรัพย์ 4.176 ล้านบาท

  • คำสั่งครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง JKN ถูก ยกคำร้องฟื้นฟูกิจการ เปิดทางเข้าสู่กระบวนการจัดการทรัพย์สินตามกฎหมายล้มละลาย

  • จับตา หุ้นและเงินลงทุนในบริษัทย่อย รวมถึงสินทรัพย์ที่ยังเหลืออยู่ ว่าจะเปลี่ยนเป็นเงินสดคืนเจ้าหนี้ได้มากน้อยเพียงใด

JKN ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้ฟ้อง 4.17 ล้าน

ศาลล้มละลายกลาง สั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด JKN
เจ้าหนี้ 5 รายยื่นฟ้อง ทุนทรัพย์ 4.17 ล้านบาท จับตาขั้นตอนรวบรวมทรัพย์ชำระหนี้

ศึกการเงินของ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN เดินเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญอีกครั้ง หลังศาลล้มละลายกลางมีคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์ของ JKN เด็ดขาด เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 จากกรณีเจ้าหนี้ 5 รายยื่นฟ้องต่อศาล ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้บริษัทเป็นบุคคลล้มละลาย

ตามคำแจ้งของศาลล้มละลายกลาง ระบุว่า นายกฤตภาส มุระญาติ ที่ 1, นางสาวศุภสุดา รัตนสมบูรณ์ ที่ 2, นางสาวนิภา เรืองโรจน์ศุภชัย ที่ 3, นางสาวสุรีย์พร สอนหลวย ที่ 4 และนายศรณ์ธนพัฒน์ สุวรรณบาง ที่ 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง JKN เป็นจำเลย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 โดยมีทุนทรัพย์รวม 4,176,884.79 บาท

ล่าสุด ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งลงวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ให้พิทักษ์ทรัพย์ของ JKN เด็ดขาด และได้มีการแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ

จาก ‘ฟื้นฟู’ สู่ ‘พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด’

คำสั่งดังกล่าวถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของ JKN หลังบริษัทเคยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการจากปัญหาสภาพคล่องและการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ ก่อนที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ให้ ยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ

เมื่อกระบวนการฟื้นฟูกิจการสิ้นสุดลง โจทย์ของ JKN จึงเปลี่ยนจากการเดินหน้าแผนฟื้นฟู มาเป็นการจัดการทรัพย์สินและหนี้สินภายใต้กระบวนการล้มละลาย

และคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ล่าสุด ถือเป็นขั้นตอนที่มีนัยสำคัญ เพราะนับจากนี้การจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้จะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายล้มละลาย โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะเข้ามามีบทบาทในการรวบรวมและจัดการทรัพย์สิน รวมถึงตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับหนี้ของเจ้าหนี้ตามขั้นตอนของกฎหมาย

เจ้าหนี้ฟ้อง 4.17 ล้านบาท แต่โจทย์ใหญ่คือ ‘ทรัพย์สิน JKN เหลือเท่าไร’

แม้คดีที่นำไปสู่คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดครั้งนี้มีทุนทรัพย์ 4.176 ล้านบาท แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเป็นหนี้ทั้งหมดของ JKN ประเด็นที่ตลาดต้องจับตาต่อจากนี้จึงอยู่ที่ ทรัพย์สินของ JKN ที่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการจัดการเพื่อชำระหนี้ได้จริงมีมูลค่าเท่าใด โดยเฉพาะ เงินลงทุนและหุ้นในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มสินทรัพย์สำคัญของ JKN ขณะที่ยังต้องตรวจสอบต่อว่าทรัพย์สินแต่ละรายการมีภาระผูกพันหรือสิทธิของเจ้าหนี้รายอื่นอยู่หรือไม่

เพราะในกระบวนการล้มละลาย มูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์ไม่ได้เท่ากับเงินสดที่จะสามารถนำมาคืนเจ้าหนี้ได้ทั้งหมด การประเมินต้องพิจารณาทั้งมูลค่าที่ขายได้จริง ภาระผูกพัน ค่าใช้จ่าย และลำดับสิทธิของเจ้าหนี้

Miss Universe ยังเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่ต้องจับตา

หนึ่งในสินทรัพย์ที่เคยถูกจับตามองมากที่สุดของ JKN คือธุรกิจ Miss Universe หลัง JKN เข้าซื้อกิจการ Miss Universe Organization ในปี 2565 ก่อนที่ต่อมาจะขายหุ้นบางส่วนใน JKN Legacy ให้กับ Legacy Holding Group USA

ดังนั้น ภายใต้สถานการณ์ล่าสุด สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่เพียงว่า JKN ‘ยังถือหุ้นอะไรอยู่’ แต่ต้องพิจารณาลึกลงไปว่า ถือหุ้นในสัดส่วนเท่าใด มีภาระผูกพันหรือไม่ และสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการชำระหนี้ได้มากน้อยเพียงใด

ท่ามกลางอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังศาลมีคำสั่ง ‘พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด’ คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า “ณ ขณะนี้ JKN มีทรัพย์สินอะไรเหลืออยู่บ้าง และเมื่อเข้าสู่กระบวนการจัดการทรัพย์สินแล้ว เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้คืนเท่าใด?”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์