ร้องนายกฯสอบ JKN นำจักรวาลเข้าฟื้นฟูมีพิรุธหลายจุด

30 พ.ย. 2566 - 13:36

  • ผู้เสียหายโวยโดนเท ‘แม่แอน’ ชิงลงมือ ยื่นขอเข้าแผนฟื้นฟูแบบไร้เสียง

  • ระบุตัวเลขทางบัญชีมี ‘พิรุธ’ หลายจุด จนบริษัทบัญชีไม่กล้ารับรอง

  • จักรวาลล่มสลายมาจากการบริหารงานผิดพลาด อย่าโทษเศรษฐกิจไม่ดี

Jkn_miss_universe_central_bankruptcy_court_rehabilitation_plan_SPACEBAR_Hero_87c9ae6c9e.jpg

กรณีบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ของแอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หญิงข้ามเพศพันล้าน ได้ตัดสินใจยื่นต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อขอเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ แบบ ‘สายฟ้าแลบ’ เมื่อเร็วๆ นี้ ชนิดไม่ให้บรรดาเจ้าหนี้ และนักลงทุนทั้งในส่วนของหุ้นกู้ และผู้ถือหุ้น ได้ทันตั้งตัว ทำให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมากนั้น 

ล่าสุดในวันนี้ (30 พฤศจิกายน 2566) ตัวแทนผู้ประสานงานกลุ่มผู้เสียหาย JKN นำโดย นายวรเทพ เจริญพรพาณิชย์ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรมต่อสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เศรษฐา ทวีสิน ให้ความเป็นธรรม ในการตรวจสอบและให้ความเป็นธรรม เนื่องจากที่ผ่านมา กลุ่มผู้เสียหายได้ร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และดีเอสไอไปแล้ว แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

นักลงทุนที่ได้รับความเสียหาย มีความเห็นว่า การตัดสินใจขื่นเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ ของ JKN นั้นทำไปด้วยอาการ “รีบเร่ง และรวดรัดผิดปกติ” เห็นได้จากไม่มีการออกหนังสือเชิญและประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างเป็นทางการ แต่กลับเรียกประชุมผ่านทางโทรศัพท์ และไม่แจ้งกรรมการของบริษัทบางราย ที่อยู่ในฝั่งเจ้าหนี้ ซึ่งไม่น่าจะถูกต้อง และอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมาย 

นอกจากนี้ ปัญหาการขาดสภาพคล่องในการดำเนินกิจการก็น่าจะเกิดจากความบกพร่องในการบริหารงาน มากกว่าได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็มีการระดมทุน โดยการเพิ่มทุน และออกหุ้นกู้เป็นจำนวนมาก โดยไม่ได้วางแผนด้านการเงินอย่างรัดกุม คือมีการกู้เงินระยะสั้น มาใช้ในการลงทุนระยะยาวที่ต้องใช้เวลาคืนทุน ที่นำมาซึ่งปัญหาการขาดสภาพคล่องในที่สุด 

ที่สำคัญเมื่อพิจารณาจากรายงานด้านการเงินจาก งบการเงินในงวดล่าสุดก็พบเหตุผิดปกติหลายจุด ที่ทำให้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต้องมีการขอให้ชี้แจงรายงานงบการเงินในไตรมาสที่ 3 เพิ่มเติม

ปัญหาการขาดสภาพคล่อง และนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ จำนวน 7 รุ่น วงเงินสูงถึง 4,558 ล้านบาท จนทำให้ JKN ตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูต่อศาลล้มละลายกลางไปแล้วนั้น จนถึงปัจจุบันในงบการเงินล่าสุดผู้สอบบัญชียังไม่ให้ข้อสรุปในรายละเอียดสำคัญๆ หลายอย่าง ทำให้มีความไม่แน่นอน ที่เป็นสาระสำคัญต่อความสามารถในการดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สิน และหนี้สิน 

ทั้งนี้ มีตัวเลขทางบัญชีหลายจุดที่มีคำถาม เช่น ปัจจุบันมีสินทรัพย์ทั้งหมด 10,789 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ 67% เป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน Intangible Assets ที่อยู่ระหว่างการประเมินปรับปรุงด้อยค่าของสินทรัพย์ ประกอบด้วย ลิขสิทธิ์รายการ 6,278 ล้านบาทเงินลงทุนในบริษัทย่อย 2,460 ล้านบาท เครื่องหมายการค้า 1,333 ล้านบาท ค่าความนิยมซื้อบริษัทย่อย 718 ล้านบาท ซึ่งการประเมินมูลค่าใหม่ จะมีผลกระทบต่อฐานะการเงินของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้น 4,813 ล้านบาท 

ขณะเดียวกัน การผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ทั้ง 7 รุ่น มูลค่า 4,558 ล้านบาท ก็ยังไม่ได้ตั้งประมาณการความเสียหาย และดอกเบี้ยผิดนัดชำระ

นอกจากนี้ ในส่วนของลูกหนี้การค้า จะพบว่า 97% เป็นลูกค้ารายใหญ่ 12 รายแรก รวมมูลค่าสูงถึง 2,334  ล้านบาท และมียอดค้างมากกว่า 6 เดือนราว 669 ล้านบาท แต่บริษัทนอกจากจะไม่เร่งรัดทวงถามติดตามหนี้สินแล้ว กลับยังคงมีการระดมทุนจากการออกหุ้นกู้ และนำเงินไปลงทุนเพิ่มเติมมาตลอดช่วง 2-3 ปีหลัง ทั้งการซื้อช่องโทรทัศน์ดิจิตอล NEWS 18 การซื้อช่องช็อปปิ้ง Hj-Shopping จากเกาหลีใต้ การซื้อโรงงานน้ำดื่มที่ปราจีนบุรี และล่าสุดการซื้อกิจการ องค์กรนางงามจักรวาล Miss Universe 

ยิ่งไปกว่านั้น ในไตรมาสที่ 2-3 ที่มีการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้มูลค่า 600 ล้านบาท แต่เวลาเดียวกันมี กลับมีการจ่ายคืนเงินกู้ระยะสั้นจากกรรมการที่ไม่คิดดอกเบี้ยจำนวน 300 ล้านบาท และยังลงทุนซื้อลิขสิทธิ์รายการ 2,524 ล้านบาท 

หลังจากเกิดปัญหาผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ ถึงแม้ JKN จะพยายามแก้ปัญหา โดยพยายามเจรจากับเจ้าหนี้หุ้นกู้ เพื่อขอยืดเวลาการชำระหนี้คืนภายใน 8 ปี แต่ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากเจ้าหนี้หุ้นกู้ที่ต้องการขอคืนภายใน 3 ปี 

ในเวลาเดียวกัน ความพยายามหาเงินมาชำระคืนหุ้นกู้ โดยได้เข้าเจรจากับนักลงทุน 3 กลุ่มเพื่อเพิ่มทุน ตั้งแต่ปลายเดือนก.ย.2566 รวมถึงขายสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่จะหาเงินทุนมาชำระหุ้นกู้ได้ บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องยุติการเจรจาในวันที่ 30 ต.ค.2566

เมื่อบริษัทมีความเห็นว่าจะไม่สามารถดำเนินการตามแผนดังกล่าวได้ จึงตัดสินใจยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางตามแผนที่ได้รับจากที่ปรึกษาทางการเงิน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์