จับตา บอร์ด กสทช.  สำนึก จริยธรรม  ไปต่อ หรือพอแค่นี้

27 ก.ค. 2569 - 08:55

  • วาระการประชุมครั้งนี้ มีเรื่อง สำคัญทั้งดาวเทียม-โทรคมนาคม-คุ้มครองผู้บริโภค ความล่าช้าในการประชุม กสทช. ไม่เพียงกระทบการอนุมัติวาระ แต่ยังส่งผลต่อการลงทุนของภาคธุรกิจ

  • มีหลายวาระที่หากไม่สามารถพิจารณาได้ตามกำหนด จะก่อให้เกิดความเสียหายที่สามารถประเมินเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ รวมถึงทำให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจ

  • ตามกฎหมาย ถ้ากรรมการ กสทช. มีปัญหาคุณสมบัติ กรรมการที่เหลือ สามารถปฏิบัติหน้าที่และประชุมได้ โดยแต่งตั้งประธานทำหน้าที่ชั่วคราว

จับตา บอร์ด กสทช.   สำนึก จริยธรรม  ไปต่อ หรือพอแค่นี้

สำนักงาน คณะกรรมการ กสทช. นัดประชุมกรรมการ กสทช. วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 การประชุมบอร์ดที่จะเห็น การตัดสินใจ ของ ประธาน และกรรมการ กสทช. 6 ท่าน จะตัดสินใจอย่างไร

มีการคาดการณ์กันไป ว่าการประชุมนัดนี้ จะสะดุดประชุมต่อไปไม่ หรืออาจจะประชุมต่อและสามารถพิจารณา วาระเรื่องสำคัญที่รออยู่ การประชุมครั้งนี้ น่าสนใจ เพราะจะได้เห็น วิสัยทัศน์ มุมมอง และตัวตนของบอร์ดกสทช. ถ้าการประชุมนัดนี้ เลื่อนออกไปไม่ใช่การสะท้อนความเห็นที่ไม่ตรงกันของกรรมการ และเป็นการสร้างความเสียหายให้กับ ธุรกิจสื่อสาร โทรทัศน์ดิจิทัล และการคุ้มครองผู้บริโภค

ตามที่เคยเสนอภาพ ความน่าจะเป็น ถ้า ประธาน กสทช. เข้าประชุม และยืนยันทพหน้าที่ต่อ บอร์ดเสียงข้างมาก น่าจะไม่เข้าร่วมด้วย การประชุมจะไปต่อไม่ได้ ล่มและเลื่อนไปถ้า ประธานเข้ส แล้วแจ้งหยุดปฏิบัติหน้าที่ บอร์ดที่เหลือ อีก 6 คน ต้อง เลือกผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน กสรประชุมเดินหน้าต่อไป แต่ บอร์ดต้องอยู่ครบ 6 คน ห้ามลา ห้ามหนี จับตาดูว่าจะเป็นไปได้แต่ไหน ถ้าการประชุมต้องเลื่อนไปอะไรจะเกิดขึ้น

กระทบเป็นลูกโซ่ 4 ด้าน ถ้าวาระการประชุมยืดเยื้อ

วาระการประชุมครั้งนี้ มีเรื่อง สำคัญทั้งดาวเทียม-โทรคมนาคม-คุ้มครองผู้บริโภค ความล่าช้าในการประชุม กสทช. ไม่เพียงกระทบการอนุมัติวาระ แต่ยังส่งผลต่อการลงทุนของภาคธุรกิจ การปรับกฎรองรับเทคโนโลยีใหม่ ความมั่นคง และมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค

ความล่าช้าในการประชุมจะสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งต่อภาคธุรกิจ การลงทุน การกำกับดูแลเทคโนโลยีใหม่ และประโยชน์สาธารณะ โดยเอกสารสรุปผลกระทบแบ่งประเด็นที่ได้รับผลกระทบออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ความเสียหายที่ประเมินเป็นมูลค่าได้ การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ การเปลี่ยนผ่านด้านกฎระเบียบ และผลกระทบต่อประชาชนและผู้บริโภค

ความเสียหายที่ตีเป็นตัวเงิน และโอกาสธุรกิจที่หายไป

เอกสารระบุว่า มีหลายวาระที่หากไม่สามารถพิจารณาได้ตามกำหนด จะก่อให้เกิดความเสียหายที่สามารถประเมินเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ รวมถึงทำให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจ

หนึ่งในวาระสำคัญ คือ การกำหนดระยะเวลาการอนุญาตให้ใช้สิทธิวงโคจรดาวเทียมไทยคม 4 และการอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำหนดครบกำหนดภายใน 31 กรกฎาคม 2569

นอกจากนี้ ยังมีคำขอเพิ่มจุดเชื่อมต่อออกต่างประเทศสำหรับบริการวงจรสื่อสารทางไกลระหว่างประเทศ (IPLC) ของบริษัท เคิร์ซ จำกัด ภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม ซึ่งหากการพิจารณาล่าช้า อาจกระทบต่อแผนการลงทุนและการให้บริการของผู้ประกอบการ

วาระปฏิรูปกฎเกณฑ์ด้านโทรคมนาคมและสื่อถูกเลื่อน

อีกกลุ่มหนึ่งคือวาระด้านการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อรองรับเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจใหม่ ซึ่งมีหลายเรื่องที่ยังรอการพิจารณา ได้แก่

  • ร่างประกาศ กสทช. เรื่องสถานีภาคพื้นดินเคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม (ESIM)
  • หลักเกณฑ์อนุญาตให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงและโทรทัศน์
  • หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม
  • หลักเกณฑ์การใช้ การลงทุน และการสร้างท่อร้อยสายสื่อสาร
  • มาตรการคุ้มครองสิทธิผู้ใช้บริการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
  • แนวทางกำกับดูแลบริการโทรคมนาคมและร่างประกาศที่เกี่ยวข้อง
  • แนวทางกำกับดูแลกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม (Telecom REIT) ร่วมกับ ก.ล.ต.
  • การอนุญาตประกอบกิจการทีวีและวิทยุ รวมถึงโครงข่ายดิจิทัลระดับภูมิภาคและท้องถิ่น
  • ร่าง Roadmap กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย

ความล่าช้าในการพิจารณาวาระเหล่านี้ อาจทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีใหม่และการลงทุนของอุตสาหกรรมสื่อสารชะลอตัว

กระทบงานความมั่นคง-ปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์

ด้านความมั่นคง มีวาระเกี่ยวกับ การยืนยันตัวตนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ชายแดนที่มีความเสี่ยง

หากการพิจารณาล่าช้า จะส่งผลให้

ไม่สามารถเพิ่มศักยภาพและเครื่องมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีบริเวณแนวชายแดนได้

ลดประสิทธิภาพในการป้องกันประชาชนจากเครือข่ายหลอกลวงและแก๊งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ผู้บริโภคอาจได้รับผลกระทบโดยตรง

เอกสารยังระบุว่า ความล่าช้ายังกระทบต่อวาระที่เกี่ยวข้องกับอัตราค่าบริการและการคุ้มครองผู้บริโภคโดยตรง

หนึ่งในประเด็นสำคัญ คือ การติดตามผลการลดอัตราค่าบริการเฉลี่ยลง 12% ซึ่งเป็นเงื่อนไขภายหลังการรวมธุรกิจระหว่างทรูและดีแทค ประกอบด้วย

  • การรายงานผลการดำเนินงานทุก 6 เดือน ตามเงื่อนไขที่ กสทช. กำหนด สำหรับกรณีควบรวมทรู-ดีแทค ณ เดือนธันวาคม 2568
  • การดำเนินการตามมติ กสทช. นัดพิเศษ 5/2565 เพื่อตรวจสอบการลดอัตราค่าบริการเฉลี่ยร้อยละ 12

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจดิจิทัล

ความล่าช้าในการประชุม กสทช. ไม่ได้ส่งผลเพียงต่อกระบวนการบริหารงานขององค์กรเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม การกำกับดูแลเทคโนโลยีใหม่ การแข่งขันของผู้ประกอบการ มาตรการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ ตลอดจนสิทธิของผู้บริโภคและค่าบริการที่ประชาชนต้องจ่าย

หลายวาระยังมีกรอบเวลาที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ หากไม่สามารถพิจารณาได้ทันเวลา อาจสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศด้านโทรคมนาคมและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในระยะต่อไป.

ข้อกฎหมายเขียนเรื่องประชุมไว้ยังไง 

เมื่อ ประธาน กสทช.เกิดปัญหาคุณสมบัติ กรรมการ กสทช. ที่เหลือ 6 คน ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่และประชุมได้ตามมาตรา 20 รวมถึงแต่งตั้งประธานทำหน้าที่ชั่วคราวและรักษาการเลขาธิการ เพื่อให้การบริหารงานดำเนินต่อไป สำนักงาน กสทช. ต้องแจ้งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาภายใน 15 วันนับจากวันที่มีมติ เพื่อเริ่มกระบวนการสรรหากรรมการคนใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลก่อน

“ การต่อสู้ ด้วยข้อกฎหมายโดยอ้างว่า คณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจนั้นไม่สอดคล้องกับกฎหมาย เนื่องจากมาตรา 16 วรรคห้า กำหนดให้คณะกรรมการสรรหาชุดเดิมมีอำนาจดำเนินการจนกว่าจะสรรหากรรมการครบจำนวน ”

ข้อสังเกตว่าการแต่งตั้งรักษาการเลขาธิการ รวมถึงการต่ออายุรองเลขาธิการบางตำแหน่ง อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่ได้ผ่านมติ กสทช. ตามที่กฎหมายและมติเดิมกำหนด หากเป็นเช่นนั้น ปัจจุบันองค์กรอาจไม่มีทั้งประธาน กสทช. รักษาการเลขาธิการ และรองเลขาธิการที่มีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย

กรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คน น่าจะแสดงให้สาธารณชน เห็นจุดยืนที่ชัดเตน ด้วยการดำเนินการตามกฎหมายภายในกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือการกระทำที่อาจขัดต่อกฎหมาย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์