ภาพยนตร์ 'โคคุโฮ' โกยรายได้และแหวกกระแสแอนิเมชั่นที่กำลังครองตลาดหนังญี่ปุ่น

8 ก.ย. 2568 - 06:30

  • ภาพยนต์โคคุโฮ ทำรายได้ทะลุ 1 หมื่นล้านเยนเร็วที่สุดรองจากภาพยยนตร์ในปี 2003

  • ตลาดหนังญี่ปุ่น 10 อันดับแรกมีภาพยนตร์เพียง 3 เรื่อง ที่เหลือเป็นแอนิเมชั่น

  • ภาพยนตร์กระตุ้นความสนใจคาบูกิให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

ภาพยนตร์ 'โคคุโฮ' โกยรายได้และแหวกกระแสแอนิเมชั่นที่กำลังครองตลาดหนังญี่ปุ่น

ภาพยนตร์'โคคุโฮ' (Kokuho) สร้างปรากฏการณ์ในวงการหนังญี่ปุ่น ด้วยการทำรายได้ทะลุ 1 หมื่นล้านเยน (67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) กลายเป็นภาพยนตร์ของญี่ปุ่นที่ทำรายได้เร็วที่สุดนับตั้งแต่ 'เบย์ไซด์ เชคดาวน์ 2' ในปี 2003 ท่ามกลางหนังแอนิเมชั่นที่ครองตลาด

ชิซูเอะ คาโต้ ผู้สูงอายุที่เลือกชม 'โคคุโฮ' แทน 'เดมอน สเลเยอร์' ภาคใหม่ เปิดเผยว่า เพื่อนหลายคนดูหนังเรื่องนี้แล้วแปลกใจที่เธอยังไม่ได้ดู ขณะที่สามีของเธอบอกว่าคบอกว่า ได้อ่านนวนิยายต้นฉบับ ก่อนมาชมภาพยนตร์

เรื่องราวคาบูกิที่สะเทือนใจ

ภาพยนตร์ยาวเกือบ 3 ชั่วโมงของผู้กำกับ อี ซัง-อิล เล่าเรื่องราวมิตรภาพและการแข่งขันระหว่างนักแสดงคาบูกิชาย 2 คน ที่เรียกว่า ‘อนนางาตะ’ โดยมีฉากหลังเป็นลูกชายของพ่อค้ายากูซ่าและเด็กชายที่เกิดในครอบครัวคาบูกิ ถ่ายทำโดยผู้กำกับภาพชาวตูนิเซีย โซเฟียน เอล ฟาน

เนื้อเรื่องมีความเข้มข้น แต่เร้าใจน้อยกว่าหนังฮิตอีกเรื่องของฤดูร้อนนี้ คือ 'เดมอน สเลเยอร์' ภาค 2 ที่เล่าเรื่องการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของ ทันจิโร คามาโด เพื่อกำจัดปีศาจและทำให้น้องสาวกลับเป็นมนุษย์ในปราสาทสีสันจัดจ้าน

แอนิเมชั่นครองตลาด

แอนิเมชั่นยังคงครองตลาดภาพยนตร์ญี่ปุ่น จากหนัง 10 อันดับแรก มีหนังที่คนแสดงเพียง 3 เรื่อง และมีหนังญี่ปุ่นเพียงเรื่องเดียวคือ 'เบย์ไซด์ เชคดาวน์ 2' ส่วนที่เหลือเป็น 'ไททานิก' และ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' ภาคแรก

แนวโน้มนี้กำลังขยายไปทั่วโลก หนังแอนิเมชั่นจีน '’นาจา 2’ กลายเป็นหนังทำรายได้สูงสุดของปี 2025 ขณะที่เน็ตฟลิกซ์ รายงานว่าผู้ชมดูแอนิเมชั่นกว่าพันล้านครั้งในปี 2024

ดาราหน้าหวานดึงผู้ชม

ความสำเร็จของ 'โคคุโฮ' มาจากนักแสดงนำ เรียว โยชิซาวะ และ เรียวเซ โยโคฮามะ ที่เป็นดาราดังในญี่ปุ่น โทโยโกะ อุเมมุระ วัย 65 ปี ที่มาดูหนังกับลูกสาว กล่าวชื่นชมว่า เรียว โยชิซาวะ มีใบหน้าที่สวยงาม การแสดงก็ยอดเยี่ยม

บริษัท โชชิกุ ที่บริหารโรงละครคาบูกิในย่านกินซ่า เปิดเผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ฟื้นฟูความสนใจในศิลปะคาบูกิที่เริ่มเสื่อมถอย

กลยุทธ์การตลาดแบบแอนิเมชั่น

บริษัทโทโฮ และโซนี่ คาดการณ์รายได้เริ่มแรกเพียงไม่กี่พันล้านเยน จนกระทั่งภาพยนตร์เปิดตัวที่งานเทศกาลคานส์เมื่อเดือนพฤษภาคม

หลังจากนั้นโทโฮใช้การตลาดแบบเดียวกับหนังแอนิเมชั่นฮิตอย่าง 'เดมอน สเลเยอร์' สร้างกระแสทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ขยายรอบฉายและพึ่งการบอกต่อแบบปากต่อปาก ทำให้หลายคนไปดูซ้ำ

ดักลาส มอนต์โกเมอรี อดีตผู้บริหารของ วอร์เนอร์ และศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเทมเปิ้ล วิเคราะห์ว่าแอนิเมชั่นให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอกว่า โดยเฉพาะจากการขายสินค้า ส่วนภาพยนตร์ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือการตลาดนำไปสู่ทรัพย์สินทางปัญญาที่จะสร้างรายได้จริงภายหลัง ทำให้หนังจริงลำบากกว่าเพราะแหล่งรายได้น้อยกว่าและสั้นกว่า บทเรียนจาก 'โคคุโฮ' สำหรับอุตสาหกรรมหนังญี่ปุ่นคือการลงทุนกับสิ่งที่แตกต่างอาจได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์