จับตา ‘ราคาพลังงาน’ อาจกดดันเงินเฟ้อระยะข้างหน้า

7 เม.ย. 2566 - 14:11

  • Krungthai COMPASS วิเคราะห์ ‘อัตราเงินเฟ้อมีนาคม 66 ต่ำสุดในรอบ 15 เดือน’

  • ชี้เหตุ จากราคาพลังงานที่ชะลอตัวลง ‘แนะจับตา’ หลังเชื่อ อาจเป็นปัจจัยกดดันเงินเฟ้อระยะข้างหน้า ต่อได้อีก

Krungthai_COMPASS_energy_price_inflation_increase_product_SPACEBAR_Thumbnail_3a182ef19c.jpeg
ชนม์นิธิศ ไชยสิงห์ทอง นักวิเคราะห์ Krungthai COMPASS เผย ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมีนาคม 2566 ชะลอลงที่ 2.83%YoY ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 15 เดือน ผลจากราคาหมวดพลังงานที่ชะลอลงเป็นสำคัญ ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับลดลง ขณะที่ราคาหมวดอาหารสดชะลอลงจากราคาเนื้อสัตว์ และกลุ่มไข่และผลิตภัณฑ์นม สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัว 1.75%YoY ชะลอลงตามราคาหมวดอาหารจากผลของฐานในปีก่อนที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้น 

ส่องปัจจัยกระทบ  

- จับตาราคาพลังงานที่อาจกดดันเงินเฟ้อระยะข้างหน้า หลังจากที่ประชุมโอเปกพลัส มีมติลดกำลังการผลิตลงราว 1.66 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบดีดตัวขึ้นประมาณ 7% ซึ่งอาจกระทบราคาน้ำมันขายปลีก โดยเฉพาะกลุ่มเบนซินเป็นสำคัญ  

ประเมินว่า หากราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานอาจกลับมาเร่งสูงขึ้นได้ จากราคาน้ำมันขายปลีกกลุ่มเบนซินเป็นสำคัญ แต่ผลกระทบต่อราคาน้ำมันดีเซลค่อนข้างจำกัด เนื่องจากปัจจุบันภาครัฐได้ขยายมาตรการลดหย่อนภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาท/ลิตร ไปจนถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2566  

- ด้าน ‘ผู้ประกอบการ’ มีแนวโน้ม ‘ทยอยปรับขึ้นราคาสินค้า’ ในหมวดพื้นฐาน เพื่อส่งผ่านภาระต้นทุน โดยกล่าวได้ว่า ขณะนี้ยังคงมีการทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าในหมวดพื้นฐาน แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อหมวดพื้นฐานจะชะลอลงเล็กน้อยจากผลของฐานในปีก่อนที่ปรับสูงขึ้น แต่ระดับราคาสินค้าในหมวดพื้นฐานยังคงทยอยปรับเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากการแบกรับต้นทุนของผู้ประกอบการในช่วงที่ผ่านมา  

และมีความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการอาจส่งผ่านราคาเพิ่มขึ้นเนื่องจากอุปสงค์ในประเทศที่ฟื้นตัวอาจหนุนให้ปรับขึ้นราคาสินค้าต่อได้ โดยตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานเทียบเดือนก่อนหน้า (MoM) ยังเพิ่มต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 จึงยังคงมีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อพื้นฐานจะทรงตัวในระดับสูง  

Krungthai COMPASS คาดว่า กนง. มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนพฤษภาคม สู่ร้อยละ 2.0 เพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านราคาในหมวดพื้นฐาน (สัดส่วน 67.06%) ที่ยังอยู่ในระดับสูง อีกทั้งหากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแรงจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มได้อีก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมด้านต้นทุนพลังงานในระยะข้างหน้า 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์