ตลาดหุ้นไทยวันนี้ยังคงถูกกดดันจากปัจจัยการเมืองในประเทศ โดย กรภัทร วรเชษฐ์ หัวหน้าสายงานวิจัย บล.กรุงศรี ประเมินว่า “ประเด็นสำคัญ” อยู่ที่คดีคุณสมบัติของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และการพิจารณาร่างงบประมาณปี 2569 ของวุฒิสภาในวันที่ 1–2 กันยายนนี้ ซึ่งจะเป็นตัวแปรหลักต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน
“ในระยะสั้น ตลาดให้น้ำหนักเชิงจิตวิทยามากกว่าโครงสร้าง หากงบประมาณผ่านตามกรอบเวลาจะช่วยหนุนตลาด แต่หากเกิดกรณีเลวร้ายสุด เช่น นายกฯ ขาดคุณสมบัติและหาผู้นำใหม่ไม่ได้ จนนำไปสู่การยุบสภาและงบไม่ผ่าน นี่คือความเสี่ยงที่ตลาดกังวล” กรภัทรกล่าว
กรภัทร ระบุว่า ปัจจุบัน ดัชนีเครดิตดีฟอลต์สวอป (CDS) ของไทยยังทรงตัวในระดับต่ำ สะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติยังไม่ได้ให้น้ำหนักกับความเสี่ยงการเมืองมากนัก ขณะที่ Sentiment ตลาดขึ้นอยู่กับ “ความต่อเนื่องของรัฐบาล” และความสามารถในการผลักดันงบประมาณให้ผ่าน
เปิด 3 ฉากทัศน์การเมือง
กรภัทร แจกแจงว่า ทิศทางตลาดขึ้นกับ 3 กรณีหลัก
1. หากนายกฯ ยังปฏิบัติหน้าที่ได้ และงบประมาณผ่าน วุฒิสภา → ตลาดได้แรงหนุนเชิงบวก
2. หากนายกฯ ขาดคุณสมบัติ แต่สามารถสรรหานายกฯ คนใหม่ได้ → ตลาดสะดุดระยะสั้น แต่ยังเดินหน้าต่อได้
3. หากนายกฯ ขาดคุณสมบัติ และไม่สามารถหาผู้นำใหม่ได้ จนนำไปสู่การยุบสภาและงบประมาณไม่ผ่าน → นี่คือความเสี่ยงสูงสุดต่อตลาดหุ้นไทย
จับตาถ้อยแถลง “พาวเวล” ที่แจ็คสันโฮล
ในต่างประเทศ ตลาดรอฟังถ้อยแถลงของ เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ที่งาน Jackson Hole Symposium คืนนี้ ซึ่งกรภัทรประเมินว่า เฟดมีแนวโน้ม “ไม่ Hawkish” และอาจส่งสัญญาณการลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
เนื่องจากตลาดแรงงานสหรัฐอ่อนแรงต่อเนื่อง ขณะที่เงินเฟ้อยัง “ติดหนึบ” แต่ไม่เร่งตัวแรง เชื่อว่า 55% มีโอกาสลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายน โดยเฟดอาจเริ่มวงจรการลดดอกเบี้ย 7–8 ครั้งในช่วง 1–1.5 ปีข้างหน้า
“หากพาวเวลส่งสัญญาณกลางถึง Dovish ตลาดจะตอบรับเชิงบวกทันที แต่หากออกมา Hawkish อาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสัปดาห์”
กลยุทธ์ลงทุน
กรุงศรีแนะนำให้นักลงทุนเน้น หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี โดยเฉพาะ PTT, PTTEP, TOP ซึ่งได้อานิสงส์จากทิศทางตลาดโลกและการปรับโครงสร้างซัพพลายในจีน ขณะที่หุ้นปิโตรเคมีบางตัว เช่น IVL, SCC อาจเผชิญแรงพักฐานหลังจากปรับขึ้นแรงก่อนหน้า






