กลุ่ม KTIS ขึ้นทะเบียนพันธุ์อ้อยใหม่ 5 สายพันธุ์ เตรียมส่งต่อเกษตรกรคู่สัญญา

6 ม.ค. 2566 - 15:56

  • กลุ่ม KTIS พัฒนาพันธุ์อ้อย ให้คุณสมบัติเด่น เพิ่มค่าความหวาน ผลผลิตต่อไร่สูง ทนศัตรูพืช สอดคล้องโมเดล BCG

  • มั่นใจ เป็นพันธุ์ที่เหมาะสมส่งเสริมเกษตรกรคู่สัญญาได้ปลูก และเป็นอีกช่องทางเพิ่มกำไร

KTIS_sugar_cane_breed_registration_5_species_forwarded_farmers_SPACEBAR_Thumbnail_510b661e84.jpeg
กลุ่ม KTIS เผยผลการวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อยใหม่ประสบความสำเร็จ และกรมวิชาการเกษตรได้ออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนแล้ว 5 สายพันธุ์ ได้แก่ รวมผล 1, รวมผล 2, เกษตรไทย 1, เกษตรไทย 2 และไทยเอกลักษณ์ 1  
 
อภิชาต นุชประยูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจชีวภาพ กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจร เผย พันธุ์อ้อยดังกล่าว มีลักษณะที่ดี โดยให้ผลผลิตและคุณภาพความหวานสูง มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นและเป็นพันธุ์ทางเลือกใหม่เพื่อช่วยเพิ่มกำไรให้เกษตรกรชาวไร่อ้อย  
 
ความสำเร็จครั้งนี้ เกิดจาก บริษัท เคทิส วิจัยและพัฒนา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม KTIS ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อยใหม่ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมโรงงานน้ำตาลในกลุ่ม KTIS โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มผลผลิต และคุณภาพความหวานอ้อย ทำให้ได้ผลผลิตน้ำตาลต่อตันอ้อยมากขึ้น 
 
ทั้งนี้ กลุ่ม KTIS ได้พัฒนาพันธุ์อ้อยต่างๆ จนมั่นใจแล้วว่าเป็นพันธุ์อ้อยที่เหมาะสมสำหรับการส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยคู่สัญญาของกลุ่ม KTIS จึงได้ขอขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชใหม่กับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และล่าสุด กรมวิชาการเกษตรได้ออกหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนแล้ว 5 สายพันธุ์ ได้แก่ รวมผล 1, รวมผล 2, เกษตรไทย 1, เกษตรไทย 2 และ ไทยเอกลักษณ์ 1 
 
“อ้อย 5 สายพันธุ์ใหม่นี้ เป็นทางเลือกของเกษตรกรชาวไร่อ้อย เพื่อลดสัดส่วนอ้อยพันธุ์เดิมที่ใช้มาต่อเนื่องและยาวนาน ก่อให้เกิดความเสี่ยง เนื่องจากศัตรูพืชมีการปรับตัวจนสามารถเข้าทำลายอ้อยพันธุ์นั้นได้ การเลือกใช้พันธุ์อ้อยได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่นอกจากจะยกระดับผลผลิตและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรแล้ว ยังสามารถพัฒนาและสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทั้งระบบต่อไปได้” อภิชาต กล่าว  
 
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจชีวภาพ กลุ่ม KTIS กล่าวด้วยว่า การมุ่งส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ได้พันธุ์อ้อยที่ดีขึ้นของกลุ่ม KTIS นี้ สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG (Bio-Circular-Green Economic Model) ที่มีเป้าหมายใช้ผลผลิตจากธรรมชาติ ด้วยกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศได้สูงและต่อเนื่องอย่างยั่งยืน  
 
โดยอ้อยเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย มีมูลค่าการส่งออกมากกว่าปีละ 1 แสนล้านบาท สร้างงานในภาคเกษตรให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยกว่า 4 แสนราย มีพื้นที่ปลูกอ้อยทั่วประเทศ กว่า 12 ล้านไร่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์