SME-GP กับโจทย์ที่ไร้คำตอบ เงินรัฐสร้างโอกาส หรือแค่เพิ่มฐานข้อมูล

5 ส.ค. 2569 - 11:43

  • THAI SME-GP ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นฐานข้อมูลและกลไกเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานของรัฐกับผู้ประกอบการ SMEs

  • การลงทุนพัฒนาระบบ THAI SME-GP ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเพียงใด

  • ภารกิจสำคัญของภาครัฐ หากระบบไม่สามารถสร้างตลาดได้จริง ความเสียหายจะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับโครงการ แต่จะสะท้อนกลับไปยังความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไท

SME-GP กับโจทย์ที่ไร้คำตอบ เงินรัฐสร้างโอกาส หรือแค่เพิ่มฐานข้อมูล

THAI SME-GP ถูกวางให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการ “สร้างตลาด” ให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยมีเป้าหมายลดการผูกขาดของผู้ค้ารายใหญ่ เปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงเม็ดเงินภาครัฐ และยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

แต่เมื่อพิจารณาข้อมูลและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “ระบบ THAI SME-GP ทำงานได้หรือไม่” หากแต่เป็น “ระบบสามารถสร้างตลาดให้ SMEs ได้จริงหรือไม่” และหากคำตอบคือ “ยังไม่ได้” ความเสียหายที่เกิดขึ้นย่อมไม่ได้ตกอยู่เฉพาะตัวระบบ หากแต่กระทบต่อเศรษฐกิจของผู้ประกอบการรายย่อยและการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐโดยตรง

THAI SME-GP นโยบายที่ตั้งใจสร้างโอกาส แต่ผลลัพธ์ยังถูกตั้งคำถาม

THAI SME-GP ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นฐานข้อมูลและกลไกเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานของรัฐกับผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน โดยมีเป้าหมายให้หน่วยงานภาครัฐหันมาจัดซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการรายเล็กมากขึ้น อันจะช่วยกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสการแข่งขันที่เป็นธรรม

ปัญหาที่ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยสะท้อนกลับไม่ใช่เรื่องการลงทะเบียนหรือการใช้งานระบบ แต่คือ แม้จะขึ้นทะเบียนแล้ว กลับไม่เคยได้รับโอกาสขายสินค้าให้หน่วยงานภาครัฐ สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนว่า ระบบอาจประสบความสำเร็จในเชิง “จำนวนผู้เข้าร่วม” แต่ยังไม่สามารถสร้าง “ตลาด” ให้เกิดขึ้นจริง

ความเสียหายที่ไม่ใช่แค่ระบบ แต่คือโอกาสทางเศรษฐกิจของ SMEs

หากระบบไม่สามารถผลักดันให้เกิดการจัดซื้อจริง ผลกระทบจะขยายวงกว้างกว่าที่เห็น ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องเสียเวลาและต้นทุนในการขึ้นทะเบียน เตรียมเอกสาร และปฏิบัติตามเงื่อนไขของภาครัฐ แต่ท้ายที่สุดกลับไม่ได้รับคำสั่งซื้อ ส่งผลให้ต้นทุนดังกล่าวกลายเป็นต้นทุนที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

รัฐสูญเสียโอกาสในการใช้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะเม็ดเงินงบประมาณยังคงกระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการรายเดิม หรือผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ขณะที่ SMEs ซึ่งควรเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักกลับไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่

เมื่อ “ขึ้นทะเบียน” ไม่ได้หมายถึง “เข้าถึงตลาด”

หนึ่งในข้อวิจารณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง คือ แม้ผู้ประกอบการจะอยู่ในระบบ THAI SME-GP แต่การเข้าถึงโครงการจัดซื้อจัดจ้างยังถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขหลายประการ เช่น การกำหนดคุณสมบัติใน TOR ที่ต้องมีผลงานย้อนหลังจำนวนมาก ต้องมีเงินทุนหมุนเวียนในระดับสูง ต้องมีประสบการณ์ในงานลักษณะเดียวกันหลาย ต้องมีบุคลากรและศักยภาพเกินกว่าที่ผู้ประกอบการรายเล็กจะมีได้

ผลคือ ผู้ประกอบการ SMEs จำนวนมากมีสิทธิอยู่ในระบบ แต่ไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะผ่านคุณสมบัติของโครงการ จึงไม่สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้จริง

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ข้อมูล” แต่อยู่ที่ “อุปสงค์”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา THAI SME-GP สามารถรวบรวมฐานข้อมูลผู้ประกอบการจำนวนมาก แต่คำถามสำคัญคือ หน่วยงานของรัฐนำฐานข้อมูลดังกล่าวไปใช้มากน้อยเพียงใด หากหน่วยงานยังเลือกซื้อจากผู้ขายรายเดิม หรือยังใช้วิธีการจัดซื้อที่ไม่เอื้อต่อ SMEs ฐานข้อมูลที่มีอยู่ก็จะเป็นเพียง “ทะเบียนรายชื่อ” ไม่ใช่เครื่องมือสร้างตลาด

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวน SMEs ในระบบ แต่เป็นการที่ภาครัฐยังไม่สามารถสร้าง “อุปสงค์” หรือความต้องการซื้อจากผู้ประกอบการรายเล็กได้จริง

เงินภาษีที่ลงทุนไป คุ้มค่าหรือไม่

อีกคำถามที่ควรถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การลงทุนพัฒนาระบบ THAI SME-GP ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเพียงใด

สิ่งที่ควรมีคำตอบอย่างชัดเจน ได้แก่ SMEs ที่เข้าร่วมระบบมีรายได้เพิ่มขึ้นกี่ราย มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างที่เกิดจากระบบมีจำนวนเท่าใด มีผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาดภาครัฐเพิ่มขึ้นกี่ราย มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด ธุรกิจที่เข้าระบบสามารถเติบโตหรืออยู่รอดได้กี่เปอร์เซ็นต์

หากตัวชี้วัดยังเน้นเพียงจำนวนผู้ลงทะเบียน หรือจำนวนผู้ได้รับการรับรอง ย่อมสะท้อนเพียง “ผลผลิต (Output)” ของโครงการ แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ “ผลลัพธ์ (Outcome)” หรือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่แท้จริงได้

ความโปร่งใสของข้อมูลยังเป็นโจทย์สำคัญ

การประเมินความสำเร็จของ THAI SME-GP ยังติดข้อจำกัดด้านการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานใดจัดซื้อจาก SMEs มากที่สุดจังหวัดใดสนับสนุน SMEs มากที่สุด ผู้ประกอบการรายใดได้รับสัญญาซ้ำจำนวนมาก ผู้ประกอบการรายใหม่ได้รับโอกาสมากน้อยเพียงใด สัดส่วนงบประมาณที่กระจายสู่ SMEs รายย่อยจริงเป็นเท่าใด

ข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนประสิทธิภาพของนโยบาย แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสและความเป็นธรรมของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

จากเครื่องมือช่วย SMEs สู่โจทย์ใหญ่ของนโยบายรัฐ

ท้ายที่สุด ประเด็นของ THAI SME-GP อาจไม่ใช่เรื่องของระบบสารสนเทศเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนโจทย์เชิงโครงสร้างของการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย

หากผู้ประกอบการยังเข้าถึงตลาดภาครัฐไม่ได้ แม้จะขึ้นทะเบียนแล้ว หากเงื่อนไขการจัดซื้อยังเอื้อให้ผู้เล่นรายเดิมได้เปรียบ และหากรัฐยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเม็ดเงินงบประมาณที่ลงทุนลงไปช่วยให้ SMEs เติบโตจริง โครงการนี้ย่อมเผชิญคำถามถึงความคุ้มค่าและประสิทธิผล

ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพา SMEs คิดเป็นกว่าร้อยละ 99 ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งประเทศ การทำให้ THAI SME-GP เป็นมากกว่าฐานข้อมูล แต่เป็น “เครื่องยนต์สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ” จึงเป็นภารกิจสำคัญของภาครัฐ หากระบบไม่สามารถสร้างตลาดได้จริง ความเสียหายจะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับโครงการ แต่จะสะท้อนกลับไปยังความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทย และการใช้จ่ายเงินภาษีของประชาชนในระยะยาว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์