ถอดบทเรียน OECD การปราบสินบนข้ามชาติ  และการบ้านของไทย

19 ส.ค. 2569 - 09:42

  • ในการเข้าสู่ OECD ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวครั้งใหญ่ใน 3 เรื่อง เพื่อรองรับการปราบปรามการติดสินบนข้ามชาติ

  • สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ การสร้างกฎหมายรองรับการยุติคดีนอกศาล  ไทยต้องมีเครื่องมือทางกฎหมายที่ช่วยให้หน่วยงานตรวจสอบสามารถเจรจาปรับบริษัทที่ทำผิดได้อย่างรวดเร็วและโปร่งใส

  • การก้าวเข้าสู่ OECD จึงไม่ใช่แค่การอัปเกรดสถานะทางเศรษฐกิจ แต่เป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะรื้อระบบกฎหมายให้ทันเกมทุจริตระดับโลก

ถอดบทเรียน OECD การปราบสินบนข้ามชาติ  และการบ้านของไทย

ถอดบทเรียน OECD การปราบสินบนข้ามชาติ  และการบ้านของไทย

การทุจริตข้ามชาติในปัจจุบันซับซ้อนเกินกว่าที่ประเทศใดจะรับมือได้เพียงลำพัง ล่าสุดองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้เผยแพร่รายงานที่ชี้ให้เห็นว่า ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนวิธีปราบปรามการติดสินบนข้ามชาติใหม่ ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศไทยที่กำลังเดินหน้าเข้าเป็นสมาชิก OECD

หมดยุคต่างคนต่างทำ นานาชาติหันมา "จับมือกันปราบ" จากเดิมที่แต่ละประเทศแยกกันสืบสวน ปัจจุบันหลายชาติหันมาใช้กลไกที่เรียกว่า การยุติคดีร่วมกัน(Multijurisdictional Resolutions) คือการแชร์ข้อมูลและร่วมกันลงโทษบริษัทข้ามชาติที่ทำผิดในคราวเดียว เพื่อไม่ให้เกิดการลงโทษซ้ำซ้อน

กว่า 99% ของคดีที่สำเร็จ ใช้วิธี "การยุติคดีนอกศาล" (Non-Trial Resolutions) เช่น การทำข้อตกลงชะลอการฟ้อง (DPA) โดยให้บริษัทจ่ายค่าปรับมหาศาลและปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลแลกกับการไม่ถูกฟ้องร้อง ซึ่งช่วยให้คดีจบเร็ว ประหยัดงบรัฐ และเด็ดขาดกว่าการสู้คดียืดเยื้อในศาลหลายสิบปี

จาก "เหยื่อ" สู่ "ผู้ทวงคืน"

ในอดีตเวลาเกิดคดีบริษัทข้ามชาติจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ในประเทศกำลังพัฒนา เงินค่าปรับมักตกไปอยู่กับประเทศต้นทาง (เช่น สหรัฐฯ หรืออังกฤษ) แต่แนวโน้มใหม่ตั้งแต่ปี 2019 พบว่า "ประเทศปลายทาง" ที่เจ้าหน้าที่รับสินบน เริ่มเข้าไปมีส่วนร่วมในการสืบสวนร่วมกันมากขึ้น

ผลลัพธ์คือ ประเทศเหล่านี้ได้รับส่วนแบ่งค่าปรับหรือเงินเยียวยากลับคืนสู่คลังของชาติแล้วกว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4 แสนล้านบาท) ซึ่งเปลี่ยนบริบทของประเทศปลายทางจากการเป็นแค่ "ผู้เสียหายที่ไม่ได้อะไรเลย" ให้กลายเป็นผู้ได้รับเงินชดเชย

การบ้านใหญ่ของไทยบนเส้นทางสู่ OECD

เพื่อยกระดับมาตรฐานให้ทัดเทียมสากลและพร้อมสำหรับการเป็นสมาชิก OECD ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวครั้งใหญ่ใน 3 เรื่อง คือ

สร้างกฎหมายรองรับการยุติคดีนอกศาล  ไทยต้องมีเครื่องมือทางกฎหมายที่ช่วยให้หน่วยงานตรวจสอบสามารถเจรจาปรับบริษัทที่ทำผิดได้อย่างรวดเร็วและโปร่งใส โดยไม่ต้องรอพึ่งแต่กระบวนการศาลที่ล่าช้า

เอาผิด "นิติบุคคล" อย่างจริงจัง การปราบทุจริตต้องไม่หยุดแค่การจับเจ้าหน้าที่รัฐ หรือพนักงานที่จ่ายเงิน แต่ต้องลงโทษบริษัทที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดการจ่ายสินบนด้วย

ร่วมมือกับนานาชาติให้ฉับไว ยกระดับความร่วมมือทางกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อให้ไทยสามารถเข้าไปร่วมวงสืบสวน และเรียกร้องเงินค่าปรับคืนสู่ประเทศได้

การก้าวเข้าสู่ OECD จึงไม่ใช่แค่การอัปเกรดสถานะทางเศรษฐกิจ แต่เป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะรื้อระบบกฎหมายให้ทันเกมทุจริตระดับโลก เปลี่ยนภาพลักษณ์จาก "พื้นที่เป้าหมายของการจ่ายสินบน" สู่การเป็นประเทศที่มีเขี้ยวเล็บในการปราบปรามและทวงคืนผลประโยชน์ชาติได้อย่างแท้จริง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์