รมช.พาณิชย์ชี้โอกาสโลจิสติกส์และการค้า ไทย-จีน ดันสินค้าเกษตร

27 พ.ย. 2566 - 14:29

  • รมช.พาณิชย์ เข้าร่วมการประชุม ‘2023 Sichuan-Chongqing Region & Mekong Countries Sub-National Cooperation Forum’ เพื่อสนับสนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

  • ส่งเสริมโลจิสติกส์ทางบกและทะเลกับประเทศลุ่มน้ำโขง ใช้ประโยชน์จาก FTA อาเซียน-จีน และ RCEP

  • สร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างไทยและจีนในอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

  • เยี่ยมชมตลาดซวงฝูและสร้างเครือข่ายการค้ากับตลาดของไทย

logistics_trade_thailand_china_agricultural_products_SPACEBAR_Hero_3c2c9b8310.jpg

นภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ รายงานว่าได้ร่วมการประชุมกับมณฑลเสฉวน-นครฉงชิ่งในงาน ‘2023 Sichuan-Chongqing Region & Mekong Countries Sub-National Cooperation Forum’ ที่จัดขึ้นในวันที่ 22-23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ มหานครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมุ่งเสนอการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุน รวมถึงการนำประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ของอาเซียน-จีนและความตกลง RCEP ในประเทศจีน โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากนครฉงชิ่ง มณฑลเสฉวน และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของกัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมาเข้าร่วมด้วย

ในการประชุม นภินทร กล่าวว่า ‘ไทยมั่นใจว่าสามารถเชื่อมโยงโลจิสติกส์ในการขนส่งสินค้าทั้งทางบก (รางและบรรทุก) และทางทะเลร่วมกับประเทศลุ่มน้ำโขง ซึ่งส่งผลให้การค้าและการลงทุนได้รับประโยชน์ นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จาก FTA อาเซียน-จีน และ RCEP มากขึ้น โดยมุ่งหวังให้นครฉงชิ่งเป็นประตูกระจายสินค้าผักและผลไม้ ผ่านการขนส่งหลากหลายรูปแบบ (multimodal transport) ซึ่งจะเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทยในการขนส่งสินค้าไปยังผู้บริโภคจีนทั่วประเทศและภูมิภาคใกล้เคียง โดยเฉพาะตลาดเอเชียกลางและยุโรป’ 

โดยได้ใช้โอกาสในการส่งเสริมความร่วมมือระดับมณฑล ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ไทยและรัฐบาลฉงชิ่ง รัฐบาลเสฉวน ในการสร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่ายเพื่อขยายมูลค่าการค้าและการลงทุน โดยเชิญชวนนักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่อุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Park) ที่เน้นอุตสาหกรรมสมัยใหม่ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร 

อีกทั้งได้นำทีมเข้าเยี่ยมชมตลาดซวงฝู ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ มีเนื้อที่กว่า 500 ไร่ โดยมีการติดตั้งระบบการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ การกำจัดขยะที่มีประสิทธิภาพโดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน และสามารถรองรับสินค้าผักและผลไม้จากไทย อาทิ ลำใย, ทุเรียน และมังคุด โดยใช้เส้นทาง R3A จากเชียงรายไปด่านรถไฟโม่ฮาน เพื่อลดระยะทางและเวลาในการขนส่ง 

นอกจากนี้ยังเชิญชวนผู้บริหารตลาดค้าส่งซวงฝู ในการสร้างเครือข่ายการค้ากับตลาดของไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการบริหารจัดการระบบทั้งหมด ตั้งแต่การรับซื้อจนกระทั่งการกระจายสินค้า และการพัฒนาตลาดให้สามารถตอบสนองต่อผู้บริโภคทุกระดับชั้น นภินทรเชื่อว่าหากไทยร่วมมือกับตลาดค้าส่งซวงฝู ผู้ประกอบการไทยจะสามารถเพิ่มปริมาณการส่งออกผลไม้ไทยไปยังจีนได้มากขึ้น ซึ่งตลาดนี้สามารถรองรับสินค้าผักและผลไม้นำเข้าได้มากกว่า 10,000 ตันต่อวัน 

สำหรับประเทศสมาชิกกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ประกอบด้วย 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย, จีน, กัมพูชา, สปป.ลาว, เมียนมา และเวียดนาม การค้าระหว่างไทยกับประเทศสมาชิกแม่โขง-ล้านช้าง ในช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย. 2566) มีมูลค่า 1.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกมูลค่า 46.39 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้ามูลค่า 64.38 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจากประเทศสมาชิกแม่โขง-ล้านช้าง สินค้าส่งออกสำคัญได้แก่ ผลไม้สด, แช่เย็น, แช่แข็ง น้ำมันสำเร็จรูป, ผลิตภัณฑ์ยาง, เม็ดพลาสติก และเคมีภัณฑ์ ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้า, ส่วนประกอบ, เคมีภัณฑ์, เครื่องจักรกล, เครื่องคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์ และส่วนประกอบ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์