ลูลาชนะเลือกตั้งบราซิล ตลาดหุ้นดิ่ง-เงินเรอัลร่วง นักลงทุนหวั่นนโยบายใช้จ่ายเกินตัว
ชัยชนะของ ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ในการเลือกตั้งรอบสองของบราซิล สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดการเงินเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังนักลงทุนซึ่งคาดว่าฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะได้รับชัยชนะ ตื่นตกใจกับผลการเลือกตั้งที่พลิกความคาดหมาย โดยลูลาคว้าคะแนนเสียง 52% เอาชนะ ฟลาวิโอ โบลโซนาโร คู่แข่งสายอนุรักษ์นิยม
ตลาดหุ้นและค่าเงินพังพินาศ
ดัชนี Ibovespa ของตลาดหลักทรัพย์ซาอูเปาโล ดิ่งลงถึง 17% ก่อนฟื้นตัวเล็กน้อยและปิดตลาดลบเกือบ 14% แรงขายดังกล่าวรุนแรงจนต้องระงับการซื้อขายชั่วคราวนาน 30 นาที ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤตโควิดในปี 2020 ขณะที่ค่าเงินเรอัลร่วงลง 8% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังจากดิ่งแรงสุดถึง 12% ระหว่างวัน
"ไม่มีใครคาดการณ์ผลลัพธ์นี้เลย" — เลอันโดร กาบิอาตี ที่ปรึกษาการเมืองจากบริษัท โดมิเนียม กรุงบราซิเลีย
วินัยการคลังคือโจทย์ใหญ่ของลูลา
บราซิลเผชิญปัญหาการคลังเรื้อรัง ทั้งรายจ่ายรัฐบาลที่เกินรายรับ หนี้สาธารณะสูงกว่า 80% ของ GDP และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 13.75% ซึ่งสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก นอกจากนี้ ธนาคารกลางบราซิลยังปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2026 จาก 2% เหลือ 1.8% พร้อมคาดว่าจะชะลอตัวต่อในปี 2027
ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ลูลาประกาศนโยบายประชานิยมหลายชุด เช่น เพิ่มเงินโอนแก่ผู้มีรายได้น้อยและยกหนี้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่ง อังเดร แปร์ไฟโต นักเศรษฐศาสตร์หัวหน้าของบริษัทการันเตีย แคปิตัล ระบุว่า ต้องนำมาคำนวณในราคาสินทรัพย์
รัฐสภาอนุรักษ์นิยมเป็นทั้งอุปสรรคและเกราะกำบัง
ลูลายังต้องเผชิญกับรัฐสภาที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมกวาดชัยอย่างถล่มทลาย นักวิเคราะห์มองว่าสิ่งนี้อาจทำหน้าที่เป็นตัวคานอำนาจ ป้องกันการใช้จ่ายแบบไม่มีขีดจำกัด นักเศรษฐศาสตร์จากดอยช์แบงก์ระบุว่า คำถามสำคัญสำหรับสินทรัพย์บราซิลคือ ลูลาจะใช้แรงกดดันจากรัฐสภาสร้างเส้นทางการคลังที่น่าเชื่อถือได้หรือไม่ ขณะที่ มาริอาโน มาชาโด จากบริษัท เวอริสก์ เมเปิลครอฟต์ เน้นย้ำว่า การปฏิรูปการคลังที่มั่นคงคือราคาที่รัฐบาลลูลาต้องจ่ายเพื่อนำความเชื่อมั่นกลับคืนมา





