แบรนด์แฟชั่นหรูระดับโลกเริ่มหันมามองอินเดียเป็นตลาดเติบโตใหม่ หลังจากห้างดัง กาลเลอรี ลาฟาแยตต์ (Galeries Lafayette) จากฝรั่งเศส เปิดสาขาแรกในมุมไบเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยใช้พื้นที่ 5 ชั้น รวมกว่า 8,400 ตารางเมตร และร่วมมือกับกลุ่มบริษัท อาทิตยา เบอร์ล่า กรุ๊ป (Aditya Birla Group) เพื่อตีตลาดประเทศที่มีประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน
ตลาดแฟชั่นหรูอินเดียโต 3 เท่าในรอบ 6 ปี
เบเนดิกต์ อิปีเน (Benedicte Epinay) ผู้อำนวยการบริหาร คอมิเต โกลแบร์ (Comité Colbert) ผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าหรู ระบุว่าการเข้ามาของกาลเลอรี ลาฟาแยตต์เป็น ‘ก้าวสำคัญ’ สำหรับตลาดอินเดียที่ “มีศักยภาพสูง แต่ยังมีความซับซ้อน” โดยตลาดสินค้าหรูอินเดียมีมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 35,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
เอสเทล ดาวิด (Estelle David) ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียใต้จาก บิซิเนส ฟรองซ์ (Business France) เสริมว่า อินเดียกำลังสร้างครัวเรือนเศรษฐีใหม่หลักหมื่นราย ซึ่งเป็นกลุ่มที่เริ่มจับจ่ายตั้งแต่รถ ลัมโบร์กินี ไปจนถึงกระเป๋า หลุยส์ วิตตอง
อุปสรรคใหญ่จากภาษีและวัฒนธรรมท้องถิ่น
แม้จะมีโอกาสเติบโตสูง แต่แบรนด์แฟชั่นหรูก็ต้องเจออุปสรรคหลายด้าน ทั้งภาษีศุลกากรที่สูง ระบบราชการยุ่งยาก และโครงสร้างพื้นฐานที่ยังจำกัด อีกทั้งยังต้องแข่งขันกับแบรนด์ดีไซเนอร์อินเดียที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว
โสนัล อาฮูจา (Sonal Ahuja) ชาวมุมไบวัย 39 ปี กล่าวว่า “แบรนด์อย่างหลุยส์ วิตตอง, กุชชี่ และดิออร์ ทำได้ดีในการดึงแรงบันดาลใจจากดีไซน์อินเดีย แต่ถ้าเป็นชุดใส่ไปงานแต่ง คนส่วนใหญ่ยังเลือกดีไซเนอร์อินเดียอย่าง ซาบยาสาชิ หรือ ทรุน ทาฮิลิอานี”
ความท้าทายจากการเปรียบเทียบกับจีน
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ช่วงต้นทศวรรษ 2000 แบรนด์แฟชั่นระดับโลกคาดหวังให้อินเดียเป็นตลาดดาวรุ่งเหมือนจีน แต่ผ่านมาเกือบ 25 ปี ตลาดอินเดียยังมีขนาดเล็กกว่าอย่างมาก โดยแบรนด์ส่วนใหญ่มีเพียง 1–3 สาขาในอินเดีย เทียบกับ 100–400 สาขาในจีน
อิปีเน อธิบายว่า อินเดียมีความหลากหลายด้านภาษา สังคม และภูมิศาสตร์ ทำให้ขยายตลาดได้ยากกว่า อีกทั้งภาษีศุลกากรสูง ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อจำนวนมากเลือกบินไปซื้อสินค้าหรูที่ดูไบ ซึ่งราคาถูกกว่าประมาณ 40%
การปรับตัวเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคท้องถิ่น
เพื่อประสบความสำเร็จในอินเดีย แบรนด์ต่างๆ ต้องเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยแบรนด์อย่าง ลูบูแตง (Louboutin), ดิออร์, ชาเนล, และ บูการ์รี (Bulgari) เริ่มร่วมมือกับนักออกแบบและดาราบอลลีวูด เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคท้องถิ่น เนื่องจากแฟชั่นตะวันตกยังเป็นตลาดเล็ก ผู้ชายส่วนใหญ่ยังใส่เสื้อ เคอร์ตา (kurta) ขณะที่ผู้หญิงนิยมชุด ส่าหรี
ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอินเดียและสหภาพยุโรป ซึ่งคาดว่าจะสรุปได้ภายในสิ้นปีนี้ อาจกลายเป็น “แรงกระตุ้นใหม่” ที่ทำให้ตลาดแฟชั่นหรูอินเดียเติบโตเร็วขึ้น






