จากไร่ฝิ่นถึงไร่โคคา ‘ดอยตุงโมเดล’ เชื่อมไทย–โคลอมเบียอย่างไร?
จากแผ่นดินไหว M7.4 ถึง “ดอยตุงโมเดล” เปิดสายสัมพันธ์ไทย–โคลอมเบีย ที่ลึกกว่าตัวเลขการค้า แผ่นดินไหวขนาด 7.4 ที่เขย่าภาคตะวันตกของโคลอมเบียเมื่อ 10 สิงหาคม 2569 ไม่เพียงสร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้ประเทศในอเมริกาใต้ แต่ยังทำให้ชื่อของโคลอมเบียกลับมาอยู่ในความสนใจของโลกอีกครั้ง
สำหรับประเทศไทย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นห่างออกไปอีกซีกโลกอาจดูไกลตัว แต่หากมองลึกลงไป ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับโคลอมเบียมีมากกว่าการซื้อขายสินค้า ตั้งแต่ยางพารา รถยนต์ กาแฟ ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อแก้ปัญหาพืชเสพติด ซึ่ง “ดอยตุงโมเดล” ของไทยเคยถูกนำไปเป็นหนึ่งในต้นแบบให้โคลอมเบียศึกษา
M7.4 แรงที่สุดในโคลอมเบียในศตวรรษนี้
แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.34 น. วันที่ 10 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น มีขนาด 7.4 จุดศูนย์กลางอยู่ใกล้เมือง San José del Palmar ในแคว้น Chocó ทางตะวันตกของประเทศ ที่ความลึกราว 107 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้เป็นวงกว้างตั้งแต่โบโกตา, กาลี, เปเรย์รา, กิบโด และมานิซาเลส ไปจนถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างเอกวาดอร์และปานามา
Reuters และ AP ระบุว่า เหตุครั้งนี้เป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดที่บันทึกได้ในโคลอมเบียในศตวรรษที่ 21
เหตุการณ์ครั้งนี้ยังถือเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ในช่วงเริ่มต้นรัฐบาลใหม่ของโคลอมเบีย เนื่องจากประธานาธิบดีอาเบลาร์โด เด ลา เอสปริเอยา (Abelardo de la Espriella) เพิ่งสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 หรือเพียง 3 วันก่อนเกิดแผ่นดินไหว M7.4 เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ก่อนประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อระดมทรัพยากรเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย
47 ปี ไทย–โคลอมเบีย จากการทูตสู่ความร่วมมือข้ามทวีป
ไทยและโคลอมเบียสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อ 20 มกราคม 2522 นับถึงปีนี้เป็นเวลา 47 ปี โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู มีเขตอาณาครอบคลุมโคลอมเบีย ขณะที่โคลอมเบียมีสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ซึ่งเปิดทำการอีกครั้งที่กรุงเทพฯ ในปี 2556
สองประเทศยังมีกรอบความร่วมมือหลายด้าน ตั้งแต่การหารือทางการเมือง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เกษตรกรรม ไปจนถึงความร่วมมือใต้–ใต้ หรือ South-South Cooperation
ตัวเลขการค้าอาจยังไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับคู่ค้าหลัก แต่สะท้อนว่ามีฐานทางเศรษฐกิจเชื่อมถึงกันอยู่แล้ว
ข้อมูลปี 2566 ระบุว่าการค้าสองฝ่ายมีมูลค่ารวมประมาณ 304.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเกินดุลราว 101.73 ล้านดอลลาร์ สินค้าที่ไทยส่งออกไปโคลอมเบียมีทั้งผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องจักร และยานยนต์ ขณะที่สินค้าที่ไทยนำเข้ามีทั้งอัญมณี เคมีภัณฑ์ และสินแร่
ดังนั้น หากความเสียหายจากแผ่นดินไหวกระทบถนน สนามบิน หรือระบบโลจิสติกส์ในภาคตะวันตกเป็นเวลานาน ก็อาจสร้างผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายสินค้าได้ แต่ในขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าเหตุแผ่นดินไหวจะกระทบการค้าไทย–โคลอมเบียอย่างมีนัยสำคัญ
โคลอมเบีย ตลาด 4.57 แสนล้านดอลลาร์ที่ไทยกำลังมองมากขึ้น
ความสำคัญของโคลอมเบียไม่ได้อยู่ที่การค้าระหว่างสองประเทศเพียงอย่างเดียว World Bank ระบุว่าเศรษฐกิจโคลอมเบียมีขนาดประมาณ 457.41 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ขยายตัว 2.6% ขณะที่ IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจในปี 2569 จะโตประมาณ 2.3% และมีประชากรกว่า 50 ล้านคน
ในมุมของไทย ลาตินอเมริกากำลังกลายเป็นตลาดที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ปี 2568 ไทยส่งสินค้าไปภูมิภาคลาตินอเมริกามูลค่า 13,038.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.03% จากปีก่อน ขณะที่ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม–มีนาคม) การส่งออกมีมูลค่า 3,583.46 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 22.17%”
ตลาดสำคัญของไทยในภูมิภาคนี้ครอบคลุมเม็กซิโก บราซิล อาร์เจนตินา ชิลี เปรู และโคลอมเบีย จึงอาจกล่าวได้ว่า โคลอมเบียไม่ได้เป็นเพียงตลาดปลายทางขนาดเล็ก แต่เป็นหนึ่งในตลาดลาตินอเมริกาที่ไทยกำลังให้ความสำคัญมากขึ้น ท่ามกลางความพยายามขยายตลาดส่งออกและฐานการลงทุนไปยังภูมิภาคที่มีประชากรรวมกว่า 650 ล้านคน
โดยมูลค่าการค้ารวม การค้ารวมระหว่างไทยกับกลุ่มลาตินอเมริกา 47 ประเทศอยู่ที่ 19,946.52 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 5.06% และไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 5,231.43 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 13.74%
กาแฟโคลอมเบีย อีกจุดที่ต้องจับตาหลังแผ่นดินไหว
อีกสินค้าที่ทำให้ผลกระทบทางเศรษฐกิจของแผ่นดินไหวครั้งนี้น่าจับตาคือ “กาแฟ” Federación Nacional de Cafeteros ระบุว่า ปี 2568 โคลอมเบียผลิตกาแฟประมาณ 13.7 ล้านกระสอบขนาด 60 กิโลกรัม และส่งออกประมาณ 13.14 ล้านกระสอบ
พื้นที่ที่รับรู้แรงสั่นสะเทือนอย่าง Pereira และ Manizales อยู่ในแนวภูเขาภาคกลาง–ตะวันตก ซึ่งเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจกาแฟสำคัญของประเทศ ขณะที่เมืองและโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่งในพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว
“ดอยตุงโมเดล” จุดเชื่อมไทย–โคลอมเบียที่หลายคนอาจไม่รู้
ความสัมพันธ์ที่น่าสนใจที่สุดระหว่างไทยกับโคลอมเบีย อาจไม่ได้อยู่ในตัวเลขการค้าเลยด้วยซ้ำ แต่คือเรื่อง การแก้ปัญหายาเสพติดด้วยการพัฒนาทางเลือก หรือ Alternative Development
หน่วยงานความร่วมมือระหว่างประเทศของประธานาธิบดีโคลอมเบีย หรือ APC-Colombia ระบุ ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนด้านการพัฒนาทางเลือก โดยกล่าวถึง Doi Tung Model ว่าเป็นโครงการพัฒนาแบบบูรณาการที่ช่วยเปลี่ยนพื้นที่ซึ่งเคยพึ่งพาการปลูกฝิ่นไปสู่เศรษฐกิจและวิถีชีวิตที่ยั่งยืน พร้อมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่จากทั้งรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น นักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน และเกษตรกรจากโคลอมเบียเคยเดินทางมาศึกษาแนวทางที่ดอยตุง เพื่อนำหลักการไปปรับใช้กับโจทย์การพัฒนาชนบท ลดการพึ่งพาเศรษฐกิจผิดกฎหมาย ลดการตัดไม้ทำลายป่า และสร้างอาชีพทางเลือก
ในปี 2561 UNODC ยังจัดกิจกรรมภายใต้หัวข้อ “Exchange beyond borders: trilateral cooperation on Alternative Development between Thailand, Colombia and Germany” สะท้อนว่าความร่วมมือนี้ได้รับการยอมรับในระดับองค์การสหประชาชาติและถูกพัฒนาเป็นกรอบความร่วมมือไตรภาคี
จุดนี้ทำให้ความสัมพันธ์ไทย–โคลอมเบียมีความพิเศษ เพราะไทยไม่ได้มีบทบาทเพียง “ขายสินค้า” ให้ประเทศในอเมริกาใต้ แต่ยังกลายเป็นผู้ส่งออกองค์ความรู้ด้านการพัฒนาชุมชนและการแก้ปัญหายาเสพติดจากต้นเหตุด้วย
ทำไม “ดอยตุงโมเดล” ยังสำคัญต่อโคลอมเบีย
รายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC พบว่า ปี 2566 พื้นที่ปลูกโคคาในโคลอมเบียเพิ่มขึ้น 10% เป็น 253,000 เฮกตาร์ ขณะที่ศักยภาพการผลิตโคเคนเพิ่มขึ้นถึง 53% สู่ระดับประมาณ 2,664 ตัน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การใช้มาตรการปราบปรามเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะปัญหาพืชเสพติดเชื่อมโยงกับความยากจน การขาดโครงสร้างพื้นฐาน การไม่มีตลาดรองรับสินค้าเกษตรถูกกฎหมาย ตลอดจนการควบคุมพื้นที่ชนบทโดยกลุ่มติดอาวุธและเครือข่ายอาชญากรรม
นี่คือเหตุผลที่แนวคิดแบบดอยตุง ซึ่งเริ่มจากคำถามว่า “ชุมชนจะมีรายได้ถูกกฎหมายจากอะไร” จึงยังมีความหมายต่อประเทศอย่างโคลอมเบีย
และเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดที่สุดของ “Soft Power ด้านการพัฒนา” ของไทย ซึ่งไม่ได้อยู่ในรูปอาหาร การท่องเที่ยว หรือวัฒนธรรมเท่านั้น
จากภัยพิบัติวันนี้…สู่สายสัมพันธ์ที่มองได้ไกลกว่าแผนที่
ระยะสั้น สิ่งที่โลกต้องจับตาคือปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้สูญหาย ตลอดจนความเสียหายต่อถนน สนามบิน โรงพยาบาล ระบบไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานในภาคตะวันตกของโคลอมเบีย
ส่วนในมิติเศรษฐกิจ ต้องดูว่าความเสียหายจะลุกลามไปถึงระบบโลจิสติกส์ พื้นที่กาแฟ และเส้นทางไปยังท่าเรือฝั่งแปซิฟิกหรือไม่ ก่อนจะประเมินผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานหรือราคาสินค้าโลก
แต่หากมองระยะยาว เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของความสัมพันธ์ไทย-โคลอมเบีย จากผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องจักรและยานยนต์ของไทย ไปถึงกาแฟของโคลอมเบีย จากการค้าที่มีมูลค่าหลักร้อยล้านดอลลาร์ ไปจนถึงองค์ความรู้จากภูเขาทางเหนือของไทย ที่เดินทางข้ามมหาสมุทรไปช่วยหาคำตอบให้กับพื้นที่ปลูกโคคาในอเมริกาใต้
ระยะทางระหว่างกรุงเทพฯกับโบโกตา อาจไกลกันนับหมื่นกิโลเมตร แต่โจทย์เศรษฐกิจ การพัฒนาชนบท และการสร้างทางเลือกให้ผู้คน กลับทำให้ไทยกับโคลอมเบียเชื่อมถึงกันมากกว่าที่ตัวเลขการค้าเพียงอย่างเดียวจะบอกได้
#โคลอมเบีย #Colombia #ColombiaEarthquake #แผ่นดินไหว #ภัยพิบัติ #ไทยโคลอมเบีย #ดอยตุงโมเดล #ดอยตุง #แม่ฟ้าหลวง #ลาตินอเมริกา #Spacebar




