บริษัทขนส่งตู้คอนเทนเนอร์รายใหญ่ของโลก Maersk ประกาศระงับการเดินเรือผ่านทั้งช่องแคบฮอร์มุซและคลองสุเอซเป็นการชั่วคราว โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัย หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียด
แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ประกาศปิดช่องแคบ Strait of Hormuz เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
Maersk ระบุในประกาศออนไลน์ว่า
เราได้ตัดสินใจหยุดการเดินเรือผ่านเส้นทางทรานส์-สุเอซ รวมถึงช่องแคบบับ เอล-มานเดบ เป็นการชั่วคราว” พร้อมเสริมว่า “เราจะระงับการผ่านช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม ความปลอดภัยของลูกเรือ เรือ และสินค้าของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด
เส้นทางพลังงานโลกสะเทือน
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ ซึ่งมีปริมาณน้ำมันทางทะเลเกือบหนึ่งในสี่ของโลกต้องผ่านพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่ Suez Canal เป็นเส้นทางลัดสำคัญเชื่อมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลแดง และเป็นเส้นทางหลักจากยุโรปสู่เอเชีย
Maersk ระบุว่าจะเปลี่ยนเส้นทางเรือไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮปทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา ซึ่งจะเพิ่มระยะทางอีกหลายพันไมล์ พร้อมทั้งประกาศปิดสำนักงานใน United Arab Emirates, Qatar และ Oman
บริษัทเรือรายใหญ่อื่นทยอยหยุดเดินเรือ
สถานการณ์ความไม่ปลอดภัยทำให้บริษัทเดินเรือรายใหญ่อื่น ๆ ตัดสินใจดำเนินการในทิศทางเดียวกัน
• MSC สั่งเรือในอ่าวเปอร์เซียให้เข้าสู่พื้นที่ปลอดภัย
• Hapag-Lloyd ระงับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
• CMA CGM สั่งเรือในอ่าวให้ “หลบภัย” และระงับการผ่านคลองสุเอซ
ด้านสื่อทางการของโอมานรายงานว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งนอกชายฝั่งถูกโจมตี ส่งผลให้ลูกเรือบาดเจ็บ 4 ราย ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) รายงานว่า เรืออีกลำใกล้ชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถูกวัตถุไม่ทราบชนิดพุ่งชนจนเกิดเพลิงไหม้
IMO เรียกร้อง “ใช้ความระมัดระวังสูงสุด”
อาร์เซนิโอ โดมิงเกซ เลขาธิการ International Maritime Organization (IMO) เรียกร้องให้บริษัทเดินเรือทั่วโลกใช้ “ความระมัดระวังสูงสุด” และหลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านพื้นที่เสี่ยงจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกังวลต่อเสถียรภาพอุปทานน้ำมันโลก และอาจส่งผลกระทบต่อค่าระวางเรือ ต้นทุนขนส่ง และราคาพลังงานในตลาดโลกในระยะถัดไป





