เหตุแยกมักกะสัน ราคาของการปฏิรูปรถไฟ

31 พ.ค. 2569 - 10:17

  • โศกนาฎกรรมจุดตัดรถไฟที่มักกะสัน สะท้อนปัญหาสะสมของระบบความปลอดภัยทางรางในไทย

  • ประเทศไทยมีกิจการรถไฟเป็นร้อยปี แต่เพิ่งมี พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568

  • โศกนาฏกรรมแยกมักกะสันไม่ใช่แค่ "อุบัติเหตุ" แต่เป็น "สัญญาณเตือนภัย"ถึงเวลาปฎิรูปกิจการรถไฟ

เหตุแยกมักกะสัน ราคาของการปฏิรูปรถไฟ

โศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์สาย 206 ที่แยกมักกะสัน (อโศก-เพชรบุรี) เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2026 ที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิตถึง 8 รายและบาดเจ็บอีกเพียบ ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดา แต่มันคือ "เดจาวู" สุดเศร้าที่สะท้อนปัญหาสะสมของระบบความปลอดภัยทางรางในไทย บทความจาก TDRI ได้ชำแหละปัญหานี้ไว้อย่างน่าสนใจ เราขอสรุปมาให้แบบสับๆ เข้าใจง่ายๆ ว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงยังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เดจาวูที่ไม่มีใครอยากเจอ ประวัติศาสตร์ที่ซ้ำรอย

ถ้าลองย้อนดูไทม์ไลน์ เราจะเห็นเลยว่าบ้านเรามีอุบัติเหตุตรงจุดตัดรถไฟบ่อยมาก และทุกครั้งคือสูญเสียหนักมาหลายครั้ง ตั้งแต่ ปี 2552 รถไฟชนรถนักเรียนที่บุรีรัมย์ (เสียชีวิต 9 ราย)  ปี 2559 รถไฟชนรถบัสทัวร์ที่นครปฐม ปี2563  รถไฟชนรถบัสกฐินที่ฉะเชิงเทรา  ปี 2566  รถไฟชนกระบะคนงานที่ฉะเชิงเทรา  ล่าสุด ปี 2569 เคสแยกมักกะสันกลางกรุง

ความพีคของเคสมักกะสัน  เคสนี้ซับซ้อนกว่าอดีตเพราะดันเกิดกลางกรุงที่มีความ "รถติดแบบตะโกน" สัญญาณไฟจราจรจากหลายแยก (อโศก-ดินแดง / อโศก-เพชรบุรี) ตีกันมั่วไปหมด พอไฟเขียวคนก็รีบเหยียบมิด บางทีรถติดแหงกขวางราง พอรถไฟมาก็ขยับหนีไม่ได้ ซึ่งข้อมูลจาก ThaiRSC บอกชัดเจนว่ารัศมี 500 เมตรรอบแยกนี้ เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก แปลว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่แค่ "ไม้กั้น" แต่มันคือ "การออกแบบผังเมืองและระบบจราจร" ที่พังทั้งระบบ

Red Flagทำไมแผลเดิมถึงอักเสบซ้ำๆ?

เวลาเกิดเรื่องทีไร สิ่งที่รัฐชอบทำคือตั้ง "คณะกรรมการเฉพาะกิจ" ขึ้นมาสอบสวน ซึ่งวิธีนี้มีจุดบอดเต็มไปหมด หาแต่"คนผิด" ไม่หา "ทางแก้" เน้นชี้เป้าว่าใครประมาท ใครฝ่าไฟแดง แต่ไม่ค่อยตั้งคำถามถึงระบบบริหาร มาตรฐานความปลอดภัย หรือโครงสร้างถนนชงเองกินเอง  คนสอบสวนก็คือคนของหน่วยงานนั้นแหละ มันเลยเกิดความไบแอส (Bias) ตรวจสอบปัญหาเชิงโครงสร้างแบบตรงไปตรงมาไม่ได้ (ข้อสังเกต วงการการบินเขาเลิกทำแบบนี้แล้ว เขาใช้หลักการแยก "การหาความจริงเพื่อป้องกัน" ออกจาก "การหาคนผิด" อย่างชัดเจน เพื่อให้คนกล้าพูดความจริง)

Case Study จาก อังกฤษเขาทำกันยังไง?

หลังเกิดเหตุรถไฟชนกันยับๆ ในอดีต ประเทศอังกฤษเขาตื่นรู้และตั้งหน่วยงานอิสระที่ชื่อว่า RAIB (Railway Accident Investigation Branch) ขึ้นมาเลย เป้าหมายหลัก ค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ความปัง เป็นหน่วยงาน "อิสระ" ไม่ขึ้นกับใคร ทำให้กล้าชี้เป้าปัญหาตรงๆ เช่น เคสรถไฟตกรางที่สกอตแลนด์ RAIB ชี้เลยว่าปัญหามาจากระบบระบายน้ำและการออกแบบโครงสร้าง ไม่ใช่แค่คนขับพลาด หลักการนี้เรียกว่า "Safe System Approach" คือมองว่า มนุษย์มีความผิดพลาดได้ (Human Error) แต่รัฐต้องออกแบบระบบมารองรับความผิดพลาดนั้น โดยไม่ให้ใครต้องมาตุยเพราะความเผลอ

พ.ร.บ. ราง 2568 แสงสว่างปลายอุโมงค์ หรือแค่ลมปาก

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ประเทศไทยมีกิจการรถไฟเป็นร้อยปี แต่เพิ่งมี พ...การขนส่งทางราง พ.. 2568 (เริ่มใช้ มี.ค. 2569) กฎหมายนี้พยายามจะแก้เกมโดยให้มี "คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุฯ" ที่เป็นอิสระ แยกการสอบสวนความปลอดภัยออกจากคดีอาญา คุ้มครองพยาน และเน้นวางมาตรการป้องกันระยะยาว.. ความช็อตฟีลคือ กฎหมายบังคับใช้แล้ว แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้อย่างเป็นทางการเลยจ้า!

7 ข้อเสนอ How to แก้เกมจาก TDRI

ถ้าไม่อยากให้มีคนสังเวยชีวิตให้ระบบพังๆ อีก รัฐต้องตื่นแล้วทำตามนี้ ตั้งบอร์ดอิสระด่วน  รีบตั้งคณะกรรมการสอบสวนตาม พ.ร.บ. ราง พร้อมให้งบและอำนาจเต็มที่ รื้อระบบจุดตัดกลางเมืองใหม่  ซิงค์จังหวะไฟจราจรให้เข้ากับเวลารถไฟมา มีเซนเซอร์จับรถค้างบนราง หรือถ้าให้จบคือทำทางลอด/ทางยกระดับไปเลย อัปเกรดมาตรฐานการออกแบบ ดีไซน์จุดตัดหลายที่เก่ามาก สร้างตั้งแต่ยุคที่รถยังไม่เยอะ ต้องเอามาอัปเดตใหม่ให้เข้ากับยุค 2026 ทำ Data แบบบูรณาการ หน่วยงานรางกับถนนต้องคุยกัน เลิกทำงานแบบไซโล (Silo) วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Proactive) ไม่ใช่วัวหายแล้วล้อมคอก แยก "เซฟตี้" ออกจาก "คดีความ" เพื่อให้คนทำงานกล้าให้ข้อมูลเชิงลึก โปร่งใส ตรวจสอบได  รายงานการสอบสวนต้อง Public ให้ประชาชนรับรู้ และต้องแทร็กได้ว่าหน่วยงานเอาไปแก้จริงไหม สร้าง Safety Culture เทคโนโลยีดีแค่ไหนแต่ถ้าคนยังติดนิสัยฝ่าไม้กั้นก็จบ ต้องบังคับใช้กฎหมายจริงจัง ติดกล้อง AI จับปรับรัวๆ ให้คนไม่กล้าทำผิด

โศกนาฏกรรมแยกมักกะสันไม่ใช่แค่ "อุบัติเหตุ" แต่เป็น "สัญญาณเตือนภัย" ตัวโตๆ ว่าระบบคมนาคมไทยมันมีช่องโหว่ คำถามคือ รัฐบาลพร้อมหรือยังที่จะเลิกหาแค่ "แพะรับบาป" แล้วเปลี่ยนความสูญเสียครั้งนี้ให้เป็นจุดเริ่มต้นของการ "ปฏิรูประบบความปลอดภัย" อย่างแท้จริงสักที?

(อ้างอิง: บทความโดย ดร.สุเมธ องกิตติกุล, สุริษฎา เจริญศิริ และพรรษรัตน์ พัชราพันธุ์ ทีมนโยบายด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ TDRI)

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์