บริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่ของออสเตรเลีย Lynas ขยายการผลิตแร่ธาตุหายากในมาเลเซียเพื่อท้าทายการครองตลาดของจีน
บริษัท Lynas ผู้ผลิตแร่ธาตุหายากรายใหญ่จากออสเตรเลีย เดินหน้าขยายกำลังการผลิตในมาเลเซีย เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากปัจจุบันราว 10% และลดการพึ่งพาจีนที่ครองตลาดถึง 90% โดยแร่ธาตุหายากถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด
อแมนดา ลาคาเซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Lynas ระบุว่า การแข่งขันกับจีนในตลาดนี้ต้องอาศัยการวางแผนระยะยาวและความชัดเจนเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากจีนมีอิทธิพลสูงในห่วงโซ่อุปทานโลก
โรงงานแยกแร่ธาตุหายากใหญ่ที่สุดในโลก
โรงงานของ Lynas ที่เกอเบิง ใกล้เมืองกวนตัน ประเทศมาเลเซีย ถือเป็นโรงงานแยกแร่ธาตุหายากที่ใหญ่ที่สุดในโลกนอกจีน ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2012 โดยแยกแร่จากวัตถุดิบที่นำเข้าจากออสเตรเลีย ปัจจุบันสามารถแยกแร่ได้ 11 จาก 17 ชนิด และมีแผนขยายไปสู่แร่ธาตุหนัก เช่น อิตเทรียม และลูทีเซียม ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเลเซอร์ การแพทย์ และการรักษามะเร็ง
ความท้าทายด้านการผลิตขั้นปลาย
หลังการแยก แร่ธาตุจะถูกส่งไปยังญี่ปุ่นเพื่อแปรรูปเป็นแม่เหล็กประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการบิน โดยผลิตภัณฑ์หลักคือ NdPr (นีโอดิเมียม-เพรซีโอดิเมียม) ที่ใช้ผลิตแม่เหล็กขั้นสูง
อย่างไรก็ตาม โพล เลอ รูซ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของ Lynas ชี้ว่า ความท้าทายสำคัญไม่ใช่การผลิตแร่ แต่เป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมขั้นปลายให้เติบโตทันความต้องการ ขณะที่บริษัทกำลังร่วมมือกับผู้ผลิตแม่เหล็กเพื่อเติมเต็มห่วงโซ่อุปทาน
ผลกระทบต่อสงครามการค้า
แร่ธาตุหายากกลายเป็นประเด็นสำคัญในสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังจีนใช้มาตรการควบคุมการส่งออก ส่งผลให้ตลาดโลกผันผวนและห่วงโซ่อุปทานสะดุด
ทั้งนี้ การขยายตัวของ Lynas สะท้อนความพยายามของประเทศตะวันตกในการลดการพึ่งพาจีน และสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบสำคัญสำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรม AI และเทคโนโลยีขั้นสูงในอนาคต







