Manus กลับมาเป็นบริษัทอิสระ หลังจีนสกัดดีล Meta มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์
สตาร์ตอัปปัญญาประดิษฐ์ Manus ประกาศเมื่อวันอังคารว่าจะกลับมา "ดำเนินงานในฐานะบริษัทอิสระ" อีกครั้ง หลังจากทางการจีนสั่งระงับการเข้าซื้อกิจการโดย Meta ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดีลดังกล่าวมีมูลค่าราว 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และถูกบล็อกโดยหน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจสูงสุดของจีน พร้อมคำสั่งให้ทั้งสองฝ่าย "ถอนการเข้าซื้อกิจการ"
ข้อมูลผู้ใช้ถูกลบ เหตุแยกตัวจาก Meta
Manus พัฒนาโดยสตาร์ตอัป Butterfly Effect มีฐานอยู่ที่สิงคโปร์แต่ถูกพัฒนาโดยทีมชาวจีน ระบุในบล็อกโพสต์ว่าการแยกตัวจาก Meta นำไปสู่การลบข้อมูลผู้ใช้ที่ย้อนหลังตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม โดยกระตุ้นให้ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบรีบสำรองข้อมูลโดยเร็ว บริษัทชี้แจงว่า "ขั้นตอนนี้จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบในบางพื้นที่ของโลก"
จีนสกัด "Singapore-washing" ส่งสัญญาณถึงบริษัทเทคโนโลยีในประเทศ
นอกจากการบล็อกดีล ทางการจีนยังรายงานว่าจำกัดการเดินทางออกนอกประเทศของผู้ร่วมก่อตั้ง Manus สองราย ขณะที่ Meta ยืนยันกับสำนักข่าว AFP ว่า "ธุรกรรมดังกล่าวดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่บังคับใช้ทุกประการ" การเคลื่อนไหวครั้งนี้มองกันว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปราม "Singapore-washing" หรือการที่บริษัทจีนย้ายฐานไปสิงคโปร์เพื่อเลี่ยงกฎระเบียบ เวนดี้ ชาง จากสถาบัน Mercator Institute for China Studies ระบุว่าคดี Manus ถือเป็น "จุดเปลี่ยนสำคัญ" และเป็นสัญญาณต่อผู้นำด้านเทคโนโลยีของจีนเองว่าการหลีกเลี่ยงกฎระเบียบของชาติจะไม่ได้รับการยอมรับ
Tencent เตรียมเข้าถือหุ้นใหญ่ใน Manus
รายงานจาก Financial Times ระบุว่า นักลงทุนรายเดิมหลายรายกำลังเจรจาเพื่อซื้อหุ้นคืนใน Manus ในมูลค่าประเมิน 2 พันล้านดอลลาร์ โดย Tencent อาจกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัท
Zuckerberg ประกาศแนวทาง AI เปิด สู้ศึกจีน
ฝั่ง Meta มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เผยแพร่บทความยาวเมื่อวันจันทร์เรียกร้องให้สหรัฐแข่งขันกับจีน และส่งเสริมโมเดล AI แบบเปิดเพื่อให้ "superintelligence" เข้าถึงได้ทุกคน พร้อมกันนี้ Meta ยังเปิดตัวโมเดลใหม่ชื่อ Glimmer ซึ่งเป็น open weight model ที่ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดและปรับแต่งได้ ต่างจากโมเดลแบบปิดของคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic




