แมคโดนัลด์รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 พบยอดขายในตลาดสหรัฐอเมริกาชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยยอดขายสาขาเดิมเติบโตเพียง 0.8% เทียบกับ 3.9% ในไตรมาสแรก ซีอีโอ คริสโตเฟอร์ เคมปชินสกี ยอมรับว่าสาเหตุหลักมาจากการรันโปรโมชันพร้อมกันมากเกินไป จนสร้างความสับสนให้ทั้งลูกค้าและแฟรนไชส์ซี
โปรโมชั่นล้นร้าน กระทบประสบการณ์ลูกค้า
เคมปชินสกีระบุในการประชุมกับนักวิเคราะห์ว่า ร้านสาขาในสหรัฐฯ ต้องรับมือกับ "การดีพลอยเมนต์มากเกินไป" ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ K-Pop Demon Hunters, ข้อความด้านคุณค่า, เครื่องดื่ม และแคมเปญฟีฟ่า ซึ่งทำให้ลูกค้าเกิดความสับสนเมื่อต้องการใช้สิทธิ์โปรโมชันที่เคยได้รับ
"เราไม่มีปัญหาด้านกลยุทธ์ เราเพียงแต่ดำเนินการไม่ได้ตามระดับที่ต้องการในไตรมาส 2" เคมปชินสกีกล่าว
แคมเปญฟุตบอลโลกและดีลราคาประหยัดสะดุด
แคมเปญส่งเสริมการขายช่วงฟุตบอลโลกให้ผลต่ำกว่าเป้าหมาย ขณะที่โปรโมชัน 10 รายการราคาต่ำกว่า 3 ดอลลาร์ก็ขาดความสม่ำเสมอ เนื่องจากแฟรนไชส์ซีบางรายเลือกรักษากำไรมากกว่าส่วนแบ่งตลาด ส่งผลให้แรงกระตุ้นจากแคมเปญลดลง นอกจากนี้บริษัทยังถอนโปรโมชันดิจิทัลบางส่วนออกระหว่างปีอีกด้วย
ผลกำไรรวมยังเป็นบวก
แม้ยอดขายสาขาเดิมชะลอตัว แต่กำไรสุทธิรวมของบริษัทยังเพิ่มขึ้น 5% แตะ 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และรายได้รวมเติบโต 4% อยู่ที่ 7.1 พันล้านดอลลาร์ ทั้งนี้มูลค่าเฉลี่ยต่อใบเสร็จในสหรัฐฯ ปรับสูงขึ้น แต่จำนวนลูกค้าที่เข้าใช้บริการกลับลดลง
ทบทวนแผนการตลาดครึ่งปีหลัง
บริษัทประกาศว่ากำลังพิจารณาแผนการตลาดอย่างละเอียดสำหรับช่วงที่เหลือของปี 2026 โดยมุ่งเน้นการลดความซับซ้อนของโปรโมชัน สำหรับตลาดต่างประเทศ เยอรมนี ออสเตรเลีย อังกฤษ และญี่ปุ่น ยังคงเติบโตได้ดี ขณะที่ฝรั่งเศสยังคงต่ำกว่าเป้า และจีนมียอดขายสาขาเดิมติดลบ ด้านราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 2% หลังการเปิดเผยผลประกอบการ






