การสำรวจสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบและการค้นพบชุมชนที่มีความสนใจเหมือนกัน ไปจนถึงการ ติดตามความน่ารักในชีวิตประจำวันจากลูกฮิปโปแคระตัวน้อย Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนาอย่าง ต่อเนื่องเพื่อเชื่อมต่อผู้คนจำนวนหลายพันล้านเข้ากับสิ่งที่สำคัญสำหรับพวกเขา รวมถึงชุมชนที่มีความชอบและความสนใจในสิ่งเดียวกัน

Meta ได้จัดงานเปิดตัว Facebook IRL (หรือ Facebook In Real Life กับงานอีเวนต์สุดสนุกในธีมคาร์นิวัลที่จัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ถึง 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567 โดยมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมและสร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ (young adults) ครีเอเตอร์ และชุมชนต่างๆ งาน นี้ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญระดับโลกของ Meta ที่มีเป้าหมายเพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Facebook ในการส่งเสริมการค้นพบและการสร้างชุมชน ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก สัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุดจาก Facebook

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา Facebook ได้รับการพัฒนาให้เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ทเวิร์ค ในปัจจุบัน Facebook ได้เติบโตเป็นแพลตฟอร์มแห่งการค้นพบ ที่ช่วยให้ผู้คนได้สำรวจสิ่งที่สำคัญในชีวิตของพวกเขาพร้อมเชื่อมต่อและแบ่งปันสิ่งที่พวกเขาค้นพบกับผู้คนในชีวิตจริง และก้าวไปสู่เป้าหมายครั้งใหม่ในชีวิต หรือแม้แต่การสร้างรายได้ในฐานะครีเอเตอร์ ด้วยจำนวนผู้ใช้งานกว่า 2 พันล้านคนต่อวัน คุณค่าของการเชื่อมต่อระหว่างผู้คนจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Facebook ยังคงเป็นโซเชียลมีเดียที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกมาจนถึงทุกวันนี้

แพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta กล่าวว่า วิสัยทัศน์ของ Facebook นั้นเรียบง่าย เราคือแพลตฟอร์มสำหรับการค้นพบทางสังคมที่เปิดโลกของ ผู้ใช้งานในหลากหลายมุมมอง ไม่ว่าจะมากหรือน้อย เราเห็นผู้คนที่เข้ามาใช้ Facebook มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอายุ 18 ถึง 29 ปี ที่เข้ามาใช้งาน Facebook เพื่อค้นหาสิ่งใหม่ๆ ในโลกจาก ผู้คนที่มีความสนใจเหมือนกัน พร้อมค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิตในแต่ละช่วงวัย
ในวันที่ 29 พฤศจิกายน เป็นวันแรกของการจัดงาน #FacebookIRL เปิดโอกาสให้พันธมิตรของ Meta เช่น ธุรกิจจากภาคเอกชน ตัวแทนจากภาครัฐ ครีเอเตอร์ และสื่อมวลชนได้เข้าร่วมกิจกรรมที่เต็มไปด้วยประสบการณ์สุดเพลิดเพลิน พร้อมอัปเดตข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ Facebook และ Messenger อีกทั้งยัง มีงานเน็ตเวิร์กกิ้งสำหรับครีเอเตอร์ เพื่อให้พวกเขาได้พบปะและเชื่อมต่อกับเพื่อน ๆ ในแวดวงครีเอเตอร์ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและสีสันของประเทศไทย

ช่วงสุดสัปดาห์วันที่ 30 พฤศจิกายน และ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567 #FacebookiRL จะเปิดให้บุคคลทั่วไป โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 5,000 คน ที่จะมาร่วมสนุกกับกิจกรรมและเวิร์กช็อปต่าง 9 ในงานตลอดทั้งสองวัน นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังมีโอกาสพบปะกับครีเอเตอร์ที่ชื่นชอบตัวจริงได้ที่ Messenger Lounge ภายในงาน ซึ่งครีเอเตอร์เหล่านี้จะมาร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ ต่าง ๆ เกี่ยวกับความชอบและความสนใจ ผลกระทบเชิงบวก และเส้นทางอาชีพของพวกเขา

Facebook IRL เปิดโอกาสให้บุคคลที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเข้าร่วมงานได้ฟรี เพื่อให้คนรุ่นใหม่ในประเทศไทยได้สัมผัสประสบการณ์เชื่อมต่อของกลุมชุมชนบน Facebook (Facebook Community Groups) ในชีวิตจริงรวมถึงโอกาสในการเรียนรู้จากครีเอเตอร์โดยตรงใน Messenger Lounge และการสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม
Meta ได้เน้นย้ำถึงสองเทรนด์สำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Facebook ได้แก่ ความชอบของกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) และนวัตกรรม AI โดยประสบการณ์การค้นพบที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำให้คนรุ่นใหม่ใช้เวลาบน Facebook ไปกับการดูวิดีโออราว 60% และมีมากกว่าครึ่งหนึ่งที่รับชม Reels ทุกวัน
แพร กล่าวว่า Facebook เป็นพื้นที่ที่อำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อ และ ช่วยให้ผู้คนค้นพบสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ Facebook คือการช่วยให้ผู้ใช้งานได้ก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นในกระบวนการค้นพบทางสังคม เมื่อใช้งาน Facebook เส้นทางของผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่แค่หลังจากการรับชมวิดีโอหรือแชร์สิ่งที่น่าสนใจกับเพื่อน ๆ บน Facebook ทุกคนสามารถสานต่อสิ่งที่ตัวเองสนใจได้ลึกซึ้งมากขึ้น กับสิ่งที่พวกเขาค้นพบ ไม่ว่าจะเป็นการหาไอเดียทำงานอดิเรกให้เพลิดเพลิน ยิ่งขึ้นผ่านกลุ่มต่าง ๆ หรือการขอคำแนะนำวิธีดูแลต้นไม้และทำสวน ผ่าน Reels หรือเรียนรู้การใช้งาน AI อย่างมืออาชีพในชุมชนผู้เชี่ยวชาญด้าน Al
Meta พัฒนาประสบการณ์การค้นพบทางสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งาน Facebook โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้คนทั่วไปให้สามารถสำรวจความสนใจและเชื่อมต่อกับ ผู้คนที่หลากหลาย นอกเหนือจากเพื่อนสนิทใน Facebook ได้มากยิ่งขึ้น Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้คนเลือกใช้เพื่อเชื่อมต่อกับชุมชนต่าง ๆ โดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 1.8 พันล้านคนที่มีส่วนร่วมในกลุ่มต่างๆ ในแต่ละเดือน จึงทำให้ Facebook เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถพบเจอและทำในสิ่งที่รักได้อย่างเต็มที่
การพัฒนา Messenger เพื่อการสนทนาที่มีความหมายในการกล่าวคีย์โน้ตในรูปแบบวิดีโอในงานเปิดตัว #FacebookiRL ในกรุงเทพฯ อีเม่ อาร์ชิบอง รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ Messenger ได้กล่าวว่า Messenger ยังคงเป็นผู้นำใน อุตสาหกรรมทั้งในด้านการใช้งานและการแสดงออก ในปัจจุบัน Messenger มีผู้ใช้รายเดือนมากกว่า 56 ล้านคนในประเทศไทย กว่า 30% โดยเป็นกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน ในทุก ๆ วัน ผู้ใช้ในประเทศไทยส่ง ข้อความเป็นจำนวนรวมกันกว่าหนึ่งพันล้านข้อความ และใช้เวลากว่าหนึ่งพันล้านนาทีในการโทรหากันผ่าน Facebook และ Messenger นอกจากนี้ยังมีการสร้างโน้ต (Notes) มากกว่า 4.5 ล้านรายการต่อวันในประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสำคัญสำหรับ Messenger และผมรู้สึกประทับใจที่ได้เห็นบทบาทของ Messenger ที่มีต่อการสนทนาระหว่างผู้คนและธุรกิจที่ Messenger ได้สนับสนุนในประเทศไทย เราให้ความสำคัญกับหน้าที่ความรับผิดชอบนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่เราสร้างขึ้นนั้นมีความปลอดภัย มีประโยชน์ เชื่อถือได้ และใช้งานได้ง่ายและสนุกสำหรับผู้คนในประเทศไทยและทั่วโลก
Messenger ช่วยให้ผู้คนสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างเป็นส่วนตัวในทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ Reel ที่เห็นบน Facebook การแสดงความรู้สึกกับ Story ที่เพื่อนแชร์ หรือการโด้ตอบในรูปแบบต่าง ๆ ที่ Messenger ช่วยให้บทสนทนาลื่นไหลยิ่งขึ้น ในปีที่ผ่านมา จำนวนการแชร์แบบส่วนตัว หรือการแชร์คอนเทนด์จาก Facebook ให้กับในแอปพลิเคชันแชทได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของแอปพลิเคชันแชทที่ยังคงมีบทบาทในการสร้างการเชื่อมต่อระหว่างผู้คนอยู่เสมอ





