จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยผลหารือกับนายเสิน ตันหยาง (Mr. Shen Danyang) รองผู้ว่าการมณฑลไห่หนาน ว่า ทางจีนเชิญไทยเข้าร่วมงาน HAINAN EXPO ในวันที่ 11-15 เมษายน 2566 ซึ่งได้ตอบรับร่วมงานแล้ว และจะนำเอกชนเข้าร่วมอย่างน้อย 20 รายด้วย
จุรินทร์ บอกด้วยว่า งานลักษณะนี้ ไทยเคยเข้าร่วมแล้วถึง 2 ครั้ง ทั้งยังเชิญกระทรวงพาณิชย์ไทยตั้งสำนักงานการค้าเพื่อโปรโมตสินค้าด้วย ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ไทย มีทูตพาณิชย์ที่กว่างโจวดูแล หากอนาคตมณฑลไห่หนาน มีมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้น ก็เป็นไปได้ที่จัดตั้งสำนักงานเพิ่มที่ไห่หนาน
ทางการไห่หนาน ยังเผยถึงทิศทางเดินหน้านำมณฑลไห่หนานสู่การเป็นเมืองท่าการค้าเสรีไห่หนาน (Hainan Free Trade Port) หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษในอนาคต โดยการพัฒนาแบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่หนึ่ง ลดภาษีสินค้านำเข้า เป็น 0% ปัจจุบันบางรายการเป็น 0% แล้วเริ่มที่วัตถุดิบในปี 2021 ขั้นต่อไปจะพัฒนาเป็นลำดับ จนตั้งเป้าให้ไห่หนานเป็นเมืองท่าการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดติดลำดับโลก
ขณะที่ไทย ได้เสนอให้ไห่หนานสนับสนุน 6 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย
1. อยากต่อยอดมินิเอฟอีเอ ให้มีพัฒนาการยิ่งขึ้นโดยเร็ว เพิ่มมูลค่าการค้า โดยที่ผ่านมาได้จัดเจรจาการค้าซื้อขายสินค้า 4 ครั้ง จัดสัมมนาผู้ประกอบการร่วมกัน 3 ครั้ง และประชุมร่วมกันของเจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 ฝ่าย ทำให้มูลค่าส่งออกไทยไปไห่หนานปี 2565 เพิ่มขึ้น 66.8% ไทยส่งออกไปไห่หนาน 10,465 ล้านบาท สินค้าสำคัญ เช่น ยางพารา ผลไม้ เคมีภัณฑ์และสินแร่ เป็นต้น
2. เสนอให้จัดเจรจาซื้อขายสินค้าระหว่างกันบ่อยขึ้น มากขึ้น
3. ให้แลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน
4. เสนอให้ไห่หนานอำนวยความสะดวกให้สินค้าไทยอยู่ในร้านปลอดภาษีของไห่หนาน โดยสินค้าที่มีโอกาส อยู่ในกลุ่มแฟชั่น เครื่องแต่งกายและของใช้ในชีวิตประจำวัน
5. เชิญมณฑลไห่หนานส่งนักธุรกิจร่วมงานแสดงสินค้าไทย 5 งาน ได้แก่
“การพบปะกันวันนี้เป็นความสำเร็จอย่างยิ่งสำหรับอนาคตที่จะสร้างเงินให้กับทั้ง 2 ฝ่ายต่อไป”
สำหรับมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับไห่หนาน ปี 2565 มีมูลค่า 18,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91.9% และจากมีมินิเอฟที ทำให้ส่งออกเพิ่มขึ้น 66.8% มูลค่า 10,465 ล้านบาท ซึ่งจีนยังเป็นตลาดสำคัญของไทย ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ แม้มีแรงเสียดทานการส่งออกที่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว สงครามรัสเซีย-ยูเครน เงินเฟ้อ และอื่น ๆ ยังคิดว่าต้องให้ความสำคัญกับจีนในฐานะประเทศคู่ค้าสำคัญต่อไป ซึ่งตั้งเป้าตลาดจีน ส่งออกในปีนี้บวก 1%
อย่างไรก็ดี สำหรับจีนเรามีมินิเอฟทีเอกับไห่หนานและกานซู และกำลังจะมีกับเสิ่นเจิ้นในอีกไม่กี่วันและกับยูนนานต่อไป
จุรินทร์ บอกด้วยว่า งานลักษณะนี้ ไทยเคยเข้าร่วมแล้วถึง 2 ครั้ง ทั้งยังเชิญกระทรวงพาณิชย์ไทยตั้งสำนักงานการค้าเพื่อโปรโมตสินค้าด้วย ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ไทย มีทูตพาณิชย์ที่กว่างโจวดูแล หากอนาคตมณฑลไห่หนาน มีมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้น ก็เป็นไปได้ที่จัดตั้งสำนักงานเพิ่มที่ไห่หนาน
ทางการไห่หนาน ยังเผยถึงทิศทางเดินหน้านำมณฑลไห่หนานสู่การเป็นเมืองท่าการค้าเสรีไห่หนาน (Hainan Free Trade Port) หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษในอนาคต โดยการพัฒนาแบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่หนึ่ง ลดภาษีสินค้านำเข้า เป็น 0% ปัจจุบันบางรายการเป็น 0% แล้วเริ่มที่วัตถุดิบในปี 2021 ขั้นต่อไปจะพัฒนาเป็นลำดับ จนตั้งเป้าให้ไห่หนานเป็นเมืองท่าการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดติดลำดับโลก
ขณะที่ไทย ได้เสนอให้ไห่หนานสนับสนุน 6 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย
1. อยากต่อยอดมินิเอฟอีเอ ให้มีพัฒนาการยิ่งขึ้นโดยเร็ว เพิ่มมูลค่าการค้า โดยที่ผ่านมาได้จัดเจรจาการค้าซื้อขายสินค้า 4 ครั้ง จัดสัมมนาผู้ประกอบการร่วมกัน 3 ครั้ง และประชุมร่วมกันของเจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 ฝ่าย ทำให้มูลค่าส่งออกไทยไปไห่หนานปี 2565 เพิ่มขึ้น 66.8% ไทยส่งออกไปไห่หนาน 10,465 ล้านบาท สินค้าสำคัญ เช่น ยางพารา ผลไม้ เคมีภัณฑ์และสินแร่ เป็นต้น
2. เสนอให้จัดเจรจาซื้อขายสินค้าระหว่างกันบ่อยขึ้น มากขึ้น
3. ให้แลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน
4. เสนอให้ไห่หนานอำนวยความสะดวกให้สินค้าไทยอยู่ในร้านปลอดภาษีของไห่หนาน โดยสินค้าที่มีโอกาส อยู่ในกลุ่มแฟชั่น เครื่องแต่งกายและของใช้ในชีวิตประจำวัน
5. เชิญมณฑลไห่หนานส่งนักธุรกิจร่วมงานแสดงสินค้าไทย 5 งาน ได้แก่
- งาน STLYE Bangkok
- งาน TAPA เกี่ยวกับชิ้นส่วนยานยนต์
- งาน THAIFEX-ANUGA ASIA ด้านอาหาร
- งาน TILOG ด้านโลจิสติกส์
- งาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ด้านอัญมณีและเครื่องประดับ
“การพบปะกันวันนี้เป็นความสำเร็จอย่างยิ่งสำหรับอนาคตที่จะสร้างเงินให้กับทั้ง 2 ฝ่ายต่อไป”
สำหรับมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับไห่หนาน ปี 2565 มีมูลค่า 18,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91.9% และจากมีมินิเอฟที ทำให้ส่งออกเพิ่มขึ้น 66.8% มูลค่า 10,465 ล้านบาท ซึ่งจีนยังเป็นตลาดสำคัญของไทย ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ แม้มีแรงเสียดทานการส่งออกที่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว สงครามรัสเซีย-ยูเครน เงินเฟ้อ และอื่น ๆ ยังคิดว่าต้องให้ความสำคัญกับจีนในฐานะประเทศคู่ค้าสำคัญต่อไป ซึ่งตั้งเป้าตลาดจีน ส่งออกในปีนี้บวก 1%
อย่างไรก็ดี สำหรับจีนเรามีมินิเอฟทีเอกับไห่หนานและกานซู และกำลังจะมีกับเสิ่นเจิ้นในอีกไม่กี่วันและกับยูนนานต่อไป



