จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลประชุมติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง การผลิต และการตลาดสินค้าเกษตร โดยระบุ ขณะนี้ได้ให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นัดหมายหารือ ติดตามสถานการณ์เอลนีโญหรือภัยแล้งที่เกิดขึ้นทั่วโลก เพื่อประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับภาคเกษตร และการตลาดพืชผลการเกษตรของไทย
โดยมีผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ทูตพาณิชย์จาก 58 ประเทศทั่วโลก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่วนราชการอื่น และภาคเอกชนร่วมด้วยโดยมุ่งเน้นเรื่องข้าวเป็นหลัก
ประเมิน เอลนีโญ-อินเดีย กระทบการผลิตข้าว
ที่ประชุมประเมินตรงกันว่าสถานการณ์เอลนีโญ รวมทั้งมาตรการห้ามส่งออกข้าวขาวของอินเดีย เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตข้าว ตลาดข้าวและราคาข้าว กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงว่า สถานการณ์เอลนีโญแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ
อินเดีย ระงับส่งออกข้าว เพราะเอลนีโญ
กระทรวงพาณิชย์ ยังเผยเหตุที่อินเดียที่ระงับการส่งออกข้าวขาวเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เกิดจากสถานการณ์เอลนีโญและภัยแล้งที่กระทบกับราคาข้าวในอินเดียสูงขึ้น รัฐบาลต้องการให้ราคาข้าวในประเทศลดลงจึงระงับการส่งออก เพื่อดูแลผู้บริโภคในประเทศ ส่งผลให้
ที่ประชุมจึงมีมติ ให้ตั้งวอร์รูม ติดตามสถานการณ์เอลนีโญภัยแล้งของโลกและประเทศไทย รวมทั้งติดตามการผลิต การตลาด ราคาข้าวและพืชผลการเกษตรอื่นด้วย ซึ่งวอร์รูมจะประกอบด้วยปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นรองประธานและผู้แทนส่วนราชการทั้งกระทรวงพาณิชย์กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงการคลัง กระทรวงดีอี และส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชนและเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง และให้เสนอแนวทางตัดสินใจเรื่องสำคัญต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ต่อไป ทั้งนี้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง การผลิต ราคาและการตลาดของพืชเกษตรทุกตัวโดยเฉพาะข้าว รายงานให้กระทรวงพาณิชย์ทราบทุก 1-2 สัปดาห์
จุรินทร์ ยังกล่าวถึง ราคาข้าวในอนาคตว่า ได้สั่งการให้หาจุดสมดุล ขณะที่ราคาข้าวเปลือกสูงขึ้นเกษตรกรได้ประโยชน์มากขึ้นจะส่งผลให้ข้าวสารแพงเกินจุดสมดุลหรือไม่ ถ้าแพงเกินก็ต้องกำกับควบคุมให้อยู่ในจุดที่ผู้บริโภครับได้ แต่ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องอยู่ได้ด้วย ให้วินวินทุกฝ่าย ซึ่งกรณีนี้แม้จะส่งผลดีต่อราคาข้าวเปลือกเจ้า โดยเฉพาะข้าวเปลือกเกี่ยวสดมีราคาข้าวเปลือกตันละ 12,000 บาท ถือว่าเป็นราคาข้าวเปลือกที่สูงขึ้นเป็นประวัติการที่ราคาข้าวไม่เคยสูงขึ้นมาระดับนี้ ส่งผลดีต่อเกษตรกรอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันราคาข้าวสารที่บริโภคภายในประเทศอาจจะสูงขึ้นไปบ้าง โดยได้สั่งการให้กรมการค้าภายในไปติดตามตรงนี้แล้ว
โดยมีผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ทูตพาณิชย์จาก 58 ประเทศทั่วโลก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่วนราชการอื่น และภาคเอกชนร่วมด้วยโดยมุ่งเน้นเรื่องข้าวเป็นหลัก
ประเมิน เอลนีโญ-อินเดีย กระทบการผลิตข้าว
ที่ประชุมประเมินตรงกันว่าสถานการณ์เอลนีโญ รวมทั้งมาตรการห้ามส่งออกข้าวขาวของอินเดีย เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตข้าว ตลาดข้าวและราคาข้าว กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงว่า สถานการณ์เอลนีโญแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ
- ระดับอ่อน 0.5-1.0
- ระดับปานกลาง 1.0-1.5
- ระดับรุนแรง เกินกว่า 1.5
อินเดีย ระงับส่งออกข้าว เพราะเอลนีโญ
กระทรวงพาณิชย์ ยังเผยเหตุที่อินเดียที่ระงับการส่งออกข้าวขาวเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เกิดจากสถานการณ์เอลนีโญและภัยแล้งที่กระทบกับราคาข้าวในอินเดียสูงขึ้น รัฐบาลต้องการให้ราคาข้าวในประเทศลดลงจึงระงับการส่งออก เพื่อดูแลผู้บริโภคในประเทศ ส่งผลให้
- ราคาข้าวในตลาดโลกสูงขึ้น
- เป็นโอกาสของตลาดข้าวไทยโดยเฉพาะตลาดแอฟริกา เพราะแอฟริกานำเข้าข้าวจากอินเดีย
- เกษตรกรขายข้าวเปลือกได้ในราคาสูงขึ้น
ที่ประชุมจึงมีมติ ให้ตั้งวอร์รูม ติดตามสถานการณ์เอลนีโญภัยแล้งของโลกและประเทศไทย รวมทั้งติดตามการผลิต การตลาด ราคาข้าวและพืชผลการเกษตรอื่นด้วย ซึ่งวอร์รูมจะประกอบด้วยปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นรองประธานและผู้แทนส่วนราชการทั้งกระทรวงพาณิชย์กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงการคลัง กระทรวงดีอี และส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชนและเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง และให้เสนอแนวทางตัดสินใจเรื่องสำคัญต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ต่อไป ทั้งนี้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง การผลิต ราคาและการตลาดของพืชเกษตรทุกตัวโดยเฉพาะข้าว รายงานให้กระทรวงพาณิชย์ทราบทุก 1-2 สัปดาห์
จุรินทร์ ยังกล่าวถึง ราคาข้าวในอนาคตว่า ได้สั่งการให้หาจุดสมดุล ขณะที่ราคาข้าวเปลือกสูงขึ้นเกษตรกรได้ประโยชน์มากขึ้นจะส่งผลให้ข้าวสารแพงเกินจุดสมดุลหรือไม่ ถ้าแพงเกินก็ต้องกำกับควบคุมให้อยู่ในจุดที่ผู้บริโภครับได้ แต่ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องอยู่ได้ด้วย ให้วินวินทุกฝ่าย ซึ่งกรณีนี้แม้จะส่งผลดีต่อราคาข้าวเปลือกเจ้า โดยเฉพาะข้าวเปลือกเกี่ยวสดมีราคาข้าวเปลือกตันละ 12,000 บาท ถือว่าเป็นราคาข้าวเปลือกที่สูงขึ้นเป็นประวัติการที่ราคาข้าวไม่เคยสูงขึ้นมาระดับนี้ ส่งผลดีต่อเกษตรกรอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันราคาข้าวสารที่บริโภคภายในประเทศอาจจะสูงขึ้นไปบ้าง โดยได้สั่งการให้กรมการค้าภายในไปติดตามตรงนี้แล้ว




